พื้นที่เรียนรู้อิสระ · ไม่ใช่เว็บไซต์ทางราชการ
หลักฐาน · เอกสาร 03

ข้อมูลเชิงพื้นที่ นิยามตัวชี้วัด ข้อขัดแย้งและข้อจำกัดของข้อมูล · เอกสารก่อนปรับฉบับ 1.4 โปรดอ่าน 10/17 ประกอบ

ต้นฉบับชุดงานเพื่อเรียนรู้และพิจารณา ไม่ใช่เอกสารรับรองของจังหวัด · เป็นเอกสารระหว่างกระบวนการ โปรดอ่าน ฉบับภาษาชัดเจน ประกอบ

ดาวน์โหลด MD

เอกสารรุ่นก่อนการปรับหลักฐาน (10 กันยายน 2569): เก็บเพื่อศึกษากระบวนการ ไม่ใช้ตัวเลขหรือการตัดสินใจเดิมแทนฉบับปัจจุบัน โปรดอ่าน ร่าง 1.4 และ บันทึกปรับข้อมูล ประกอบ

รายงานระยะที่ 3: สถานการณ์ ฐานข้อมูล ปัญหา และแนวโน้มเชิงพื้นที่

ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2571–2575

หน่วยงานผู้ใช้หลัก: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันตัดยอดข้อมูล: 31 สิงหาคม 2569
วันที่จัดทำ: 1 กันยายน 2569
สถานะ: รายงานวิเคราะห์ฐานข้อมูลสาธารณะสำหรับกำหนดทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ ยังไม่ใช่ค่าฐานหรือค่าเป้าหมายที่รับรองแล้ว


1. สรุปสำหรับการตัดสินใจ

1.1 ข้อค้นพบที่ยืนยันได้

  1. ระบบการศึกษามีขนาดใหญ่และกระจายหลายสังกัด ปีการศึกษา 2568 รายงานของ ศธจ. รวบรวมสถานศึกษา/ศูนย์การเรียนรู้ 737 แห่ง ผู้เรียน 148,373 คน และผู้บริหาร/ครู 9,072 คน ครอบคลุม สพฐ. เอกชน สกร. อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การศึกษาพิเศษ และพระปริยัติธรรม [S01, PDF หน้า 39]
  2. จำนวนเด็กมีแนวโน้มลดลง แม้ประชากรรวมทรงตัว การเกิดมีชีพลดจาก 7,018 คนใน พ.ศ. 2562 เหลือ 5,503 คนใน พ.ศ. 2566 หรือลดลงร้อยละ 21.59 ขณะที่นักเรียนขั้นพื้นฐานในชุดข้อมูลที่นิยามคงที่ลดจาก 125,018 คนในปีการศึกษา 2562 เหลือ 120,206 คนในปีการศึกษา 2566 หรือลดร้อยละ 3.85 โดยก่อนประถมศึกษาลดร้อยละ 11.39 และประถมศึกษาลดร้อยละ 5.04 [S02, ตาราง 1.5 และ 7.4]
  3. จังหวัดเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างชัดเจน แผนพัฒนาจังหวัดระบุประชากร พ.ศ. 2567 จำนวน 822,720 คน และสัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ 21.90 ทำให้การศึกษาต้องรองรับทั้งการลดลงของผู้เรียนวัยเด็กและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชากรวัยแรงงาน/ผู้สูงอายุ [S03, หน้า 15–16]
  4. ผลการอ่านและคณิตศาสตร์ช่วงต้นไม่ใช่ภาพเดียวกับช่วงมัธยมศึกษา RT ป.1 ปีการศึกษา 2567 เฉลี่ยรวม 81.69 สูงกว่าประเทศ 78.72 และ NT ป.3 เฉลี่ยรวม 62.51 สูงกว่าประเทศ 57.81 แต่ O-NET ม.3 และ ม.6 ของจังหวัดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศทุกวิชา [S01, PDF หน้า 52, 58, 64, 80–82] จึงควรกำหนดปัญหาเป็น “การคงอยู่และต่อยอดสมรรถนะเมื่อผู้เรียนสูงขึ้น” ไม่ใช่สรุปกว้าง ๆ ว่าทุกช่วงชั้นต่ำทั้งหมด
  5. O-NET ไม่ใช่ข้อมูลแทนผู้เรียนทั้งรุ่น ผู้เข้าสอบโดยสมัครใจคิดประมาณร้อยละ 81.93 ของจำนวน ป.6 ร้อยละ 69.55 ของ ม.3 และร้อยละ 52.85 ของ ม.6 ตามตัวเลขในรายงาน ศธจ. [S01] ผลจึงสะท้อนเฉพาะผู้เข้าสอบและอาจมี selection bias
  6. ข้อมูลเด็กนอกระบบยังไม่มี baseline สาธารณะที่ใช้ได้ ดัชนีเด็กอายุ 6–14 ปีที่กลับเข้าสู่ระบบในรายงาน ศธจ. ระบุว่า “ไม่มีข้อมูล” และหน้าเผยแพร่ Thailand Zero Dropout ไม่แสดงจำนวนจังหวัด/อำเภอแบบเปิด [S01, PDF หน้า 79; S04] จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับกำหนดจำนวนเด็กนอกระบบหรืออัตรานำกลับ
  7. ข้อมูลออกกลางคันยืนยันว่าการย้ายถิ่นเป็นสัญญาณสำคัญ แต่ตารางต้นฉบับคำนวณร้อยละรวมผิด ปีการศึกษา 2568 รายงานผู้เรียนออกกลางคัน 268 คนจากฐานผู้เรียนสามระดับรวม 94,575 คน คำนวณใหม่ได้ร้อยละ 0.283 ไม่ใช่ร้อยละรวม 4.48, 5.07 และ 3.62 ตามแถวรวมของต้นฉบับ สาเหตุที่บันทึกมากที่สุดคืออพยพตามผู้ปกครอง 143 คน หรือร้อยละ 53.36 และ “กรณีอื่น ๆ” 106 คน หรือร้อยละ 39.55 [S01, PDF หน้า 83–85]
  8. การรายงานศูนย์ของ สพฐ. ไม่อาจตีความว่าไม่มีเด็กออกกลางคัน ตารางปี 2568 แสดง สพฐ. เป็นศูนย์ทุกระดับ ขณะที่ข้อมูลอนุกรมเดิมปี 2562–2566 มีผู้เรียนออกกลางคัน 96, 183, 157, 240 และ 154 คนตามลำดับในชุดข้อมูลขั้นพื้นฐานหลายสังกัด [S01; S02, ตาราง 3.11] ต้องตรวจนิยาม รอบเวลา และระบบบันทึกก่อนเปรียบเทียบ
  9. โครงสร้างเศรษฐกิจสร้างโอกาสการเรียนรู้งานจริง แต่ยังพิสูจน์ “ทักษะไม่ตรงงาน” ไม่ได้โดยตรง ปี 2565 การผลิตคิดเป็นร้อยละ 61.31 ของ GPP และภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 66.46 [S02, ตาราง 10.2] ปี 2567 ตำแหน่งงานว่างที่แจ้ง 15,317 อัตรา ร้อยละ 68.5 อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต และร้อยละ 79.3 ต้องการผู้จบมัธยมศึกษา ปวช. หรือ ปวส. [S03, หน้า 57] แต่ยังไม่มีข้อมูลสมรรถนะรายอาชีพ อัตราจบ การได้งานตรงสาขา รายได้แรกเข้า หรือความพึงพอใจนายจ้าง จึงกล่าวได้เพียงว่ามี ช่องว่างหลักฐานด้านความสอดคล้อง
  10. พื้นที่อุตสาหกรรมมีความกระจุกตัวสูง ปี 2566 อำเภออุทัย บางปะอิน วังน้อย และเสนา รวมคนงานอุตสาหกรรม 186,314 คน หรือร้อยละ 84.66 ของคนงานอุตสาหกรรมทั้งจังหวัด 220,077 คน [S02, ตาราง 12.4] จึงเป็นกลุ่มพื้นที่ที่ควรตรวจความต้องการกำลังคน การเดินทาง ความปลอดภัย และบุตรแรงงานเคลื่อนย้ายเป็นลำดับแรก
  11. อุทกภัยเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะปี แผนจังหวัดระบุพื้นที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก 1,091,126 ไร่ หรือร้อยละ 68.54 ของพื้นที่จังหวัด [S03, หน้า 70–72] แต่ยังไม่มีการซ้อนทับพิกัดสถานศึกษา เส้นทางรับส่ง บ้านผู้เรียน และโครงข่ายดิจิทัล จึงยังระบุโรงเรียนเสี่ยงรายแห่งไม่ได้
  12. มรดกโลกเป็นทั้งห้องเรียนและเงื่อนไขกำกับ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นทุนสำหรับประวัติศาสตร์ ภาษา ศิลปะ เทคโนโลยีอนุรักษ์ การท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ แต่โครงการกายภาพต้องผ่านอำนาจกรมศิลปากร/ท้องถิ่นตามที่วิเคราะห์ในระยะที่ 2 [S05]

1.2 ข้อค้นพบด้านคุณภาพข้อมูลที่ต้องแก้ก่อนตั้งเป้าหมาย

  • รายงาน ศธจ. ระบุประชากร พ.ศ. 2567 ประมาณ 495,288 คน ขณะที่แผนจังหวัดระบุ 822,720 คน และรายงานสถิติจังหวัดระบุ พ.ศ. 2566 จำนวน 822,106 คน [S01–S03] ตัวเลขประมาณ 493,000 ในรายงานสถิติคือประชากร นอกเขตเทศบาล จึงมีความเป็นไปได้สูงว่ารายงาน ศธจ. นำประชากรบางขอบเขตมาเขียนเป็นประชากรรวม แต่ต้องให้เจ้าของข้อมูลยืนยัน
  • ตารางการเข้าถึงในรายงาน ศธจ. มีค่าขัดกันภายในเอกสาร ได้แก่ มัธยมปลาย 74.43 กับ 76.10 และ ปวส. 23.97 แต่คำบรรยายระบุ 60.27 รวมถึงระบุช่วงอายุผิด [S01, PDF หน้า 72–77]
  • แถวรวมอัตราออกกลางคันเป็นการบวกร้อยละรายสังกัด แทนการหารจำนวนออกกลางคันรวมด้วยผู้เรียนรวม [S01, PDF หน้า 83]
  • ดัชนี “เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการศึกษาเต็มตามศักยภาพ” ใช้ผู้เรียนทั้งหมดเป็นตัวหาร จึงวัดสัดส่วนผู้เรียนที่ถูกระบุว่ามีความต้องการพิเศษ ไม่ได้วัด coverage หรือการได้รับบริการเต็มศักยภาพ [S01, PDF หน้า 78–79]
  • สัดส่วนอาชีวศึกษา:สามัญมีจำนวนผู้เรียนสามัญ 34,495 คนในปี 2567 แต่เหลือ 21,364 คนในปี 2568 การเปลี่ยนมากผิดปกติทำให้แนวโน้ม 26.25:73.75 เป็น 35.14:64.86 ยังไม่ควรตีความเป็นผลสำเร็จจนกว่าจะตรวจนิยามและประชากรฐาน [S01, PDF หน้า 86–87]
  • ข้อมูลแรงงานปี 2567 ระหว่างรายงาน ศธจ. กับแผนจังหวัดแตกต่างกันมาก เช่น ผู้มีงานทำ 487,807 กับ 525,153 คน และตำแหน่งว่าง 10,726 กับ 15,317 อัตรา ต้องตรวจช่วงสำรวจและวันที่ตัดยอด [S01; S03]

ข้อยุติ: ค่าในรายงานนี้มีสถานะ “ค่าชี้สถานการณ์” เท่านั้น ค่าฐานยุทธศาสตร์ต้องผ่านกระบวนการ reconciliation และลงนามรับรอง metadata โดยเจ้าของข้อมูล


2. ขอบเขต วิธีการ และข้อจำกัด

2.1 วิธีดำเนินงาน

  1. ใช้เอกสารทางการที่เผยแพร่ไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม 2569
  2. ตรวจตารางต้นฉบับทั้งข้อความและภาพในหน้าที่เป็นฐานข้อสรุป
  3. ใช้อนุกรมเวลา 3–5 ปีเมื่อมีนิยามต่อเนื่อง และไม่ต่ออนุกรมที่ขอบเขตเปลี่ยน
  4. คำนวณเพิ่มเฉพาะเมื่อมีตัวตั้ง ตัวหาร และสูตรตรวจสอบได้
  5. แยก “ข้อเท็จจริง–การคำนวณ–ข้ออนุมาน–ช่องว่างข้อมูล”
  6. ไม่ดำเนินการเชื่อมข้อมูลรายบุคคลตามคำยืนยันของผู้ว่าจ้าง และใช้ข้อมูลรวมเท่านั้น

2.2 ข้อจำกัดสำคัญ

  • ไม่มีข้อมูลภายใน รายงานประเมินผล หรือทะเบียนเด็กนอกระบบรายบุคคล
  • ข้อมูลรายอำเภอส่วนใหญ่มีเฉพาะขั้นพื้นฐานปีการศึกษา 2566; ปี 2568 มีข้อมูลรายสังกัดมากกว่ารายอำเภอ
  • ไม่มีพิกัดสถานศึกษาและบ้านผู้เรียนสำหรับวิเคราะห์น้ำท่วม มลพิษ การเดินทาง และความเหลื่อมล้ำเชิงระยะทาง
  • ไม่มีฐานผลสัมฤทธิ์รายโรงเรียน/อำเภอที่ผ่านการปกปิดข้อมูลและมี participation rate ครบทุกเครื่องมือ
  • ไม่มีผลการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริง จึงไม่อ้างว่าข้อวิเคราะห์เป็นฉันทามติของพื้นที่
  • ข้อมูล O-NET เป็นการสอบโดยสมัครใจและมีอัตราเข้าร่วมต่างกัน

3. บัญชีแหล่งข้อมูลและการประเมินคุณภาพ

รหัส ชุดข้อมูล ปีข้อมูล เจ้าของ/ผู้รวบรวม ความครบถ้วน เปรียบเทียบข้ามปี คะแนน 0–5 การใช้ที่อนุญาต
S01 ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาและดัชนีการศึกษา ปีการศึกษา 2568 2567–2568; บางชุดย้อนหลัง 3 ปี ศธจ.พระนครศรีอยุธยา/หน่วยจัดการศึกษา ครอบคลุมทุกระบบในภาพรวม ต่ำ–ปานกลาง เพราะนิยามและตัวเลขขัดกัน 3.0 ใช้ชี้สถานการณ์และค้นข้อผิดปกติ; ยังไม่ใช้เป็น baseline โดยไม่รับรอง
S02 รายงานสถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2567 ส่วนใหญ่ 2562–2566 สำนักงานสถิติจังหวัด/หน่วยงานเจ้าของสถิติ ครอบคลุมประชากร การศึกษา แรงงาน เศรษฐกิจ ดิจิทัล สูงในตารางที่มีนิยามคงที่ 4.5 ใช้อนุกรมเวลาและเปรียบเทียบอำเภอตามขอบเขตที่ระบุ
S03 แผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2566–2570 ฉบับทบทวนปี 2570 ถึง 2567 เป็นหลัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา/หน่วยงานเจ้าของข้อมูล กว้างและเป็นปัจจุบันกว่า S02 ปานกลาง; เป็นเอกสารรวบรวม 4.0 ใช้บริบทล่าสุด แผนที่ปัญหา และข้อมูลจังหวัด โดยตรวจต้นทางเมื่อกำหนด KPI
S04 Thailand Zero Dropout ระบบปัจจุบัน กสศ.และภาคี หน้าเปิดเผยสาธารณะไม่มีจำนวนจังหวัด/อำเภอ ไม่ประเมิน 2.0 ใช้ยืนยันว่ามีระบบและกระบวนการ; ห้ามสร้างตัวเลขจังหวัด
S05 UNESCO/Fine Arts และกฎหมายมรดก ปัจจุบัน UNESCO/กรมศิลปากร เพียงพอสำหรับสถานะและข้อกำกับ ไม่ใช่อนุกรม 5.0 ใช้กำหนดทุนการเรียนรู้และ compliance gate
S06 ข้อมูลรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มี ไม่มี 0 ห้ามอ้างเป็นความเห็นพื้นที่
S07 พิกัดความเสี่ยงสถานศึกษา/ผู้เรียน ไม่มี ปภ./ชลประทาน/สถานศึกษา/อปท. ไม่มีชุดเชื่อมโยง 0 ต้องจัดทำก่อนกำหนดพื้นที่เสี่ยงรายแห่ง

เกณฑ์คะแนน

  • 5 = เจ้าของข้อมูลโดยตรง นิยามชัด ครบ ตรวจซ้ำได้
  • 4 = ทางการและน่าเชื่อถือ มีข้อจำกัดเล็กน้อย
  • 3 = ทางการแต่มีข้อมูลขัดกัน/นิยามไม่ครบ
  • 2 = ใช้ได้เฉพาะบอกการมีอยู่หรือทิศทาง
  • 1 = หลักฐานอ่อน ห้ามใช้ตัดสินใจสำคัญ
  • 0 = ไม่มีข้อมูล

4. ฐานสถานการณ์ที่ปรับความหมายแล้ว

4.1 ประชากร การเกิด และสังคมสูงวัย

ตัวแปร ค่า/แนวโน้ม การตีความที่อนุญาต ข้อจำกัด หลักฐาน
ประชากรทะเบียน 820,188 (2562), 819,088 (2563), 820,512 (2564), 820,417 (2565), 822,106 (2566), 822,720 (2567) ประชากรรวมทรงตัว ไม่เท่าประชากรแฝง/ผู้ทำงานจริง [S02 ตาราง 1.1; S03 หน้า 15–16]
สัดส่วนผู้สูงอายุ ร้อยละ 21.90 ใน 2567 เป็นสังคมสูงวัย; ภารกิจเรียนรู้ตลอดชีวิตเพิ่ม ต้องขอจำนวนและโครงสร้างอายุรายอำเภอปีล่าสุด [S03 หน้า 15]
การเกิดมีชีพ 7,018 → 5,503 ระหว่าง 2562–2566 cohort เด็กเล็กในอนาคตลดลง ผล COVID และการเปลี่ยนพฤติกรรมอาจทำให้แนวโน้มไม่เป็นเส้นตรง [S02 ตาราง 1.5]
พื้นที่ประชากรเพิ่มเด่น บางปะอิน +5.76%, วังน้อย +5.22%, อุทัย +2.91% ระหว่าง 2562–2566 สอดคล้องกับแนวพื้นที่อุตสาหกรรม/ที่อยู่อาศัยที่ต้องติดตามความจุบริการ เป็นความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์สาเหตุ คำนวณจาก [S02 ตาราง 1.1]
พื้นที่ประชากรลดต่อเนื่อง เช่น ผักไห่ เสนา ท่าเรือ มหาราช บ้านแพรก เสี่ยงผู้เรียนลด โรงเรียนขนาดเล็ก และต้นทุนต่อหัวสูง ต้องใช้ข้อมูลนักเรียน/โรงเรียนรายแห่งยืนยัน [S02 ตาราง 1.1]

นัยเชิงยุทธศาสตร์: ห้ามวางแผนกำลังครู ห้องเรียน หรือการควบรวมจากค่าเฉลี่ยจังหวัด ต้องแบ่งอย่างน้อยเป็นพื้นที่ประชากรเติบโตจากอุตสาหกรรม/ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทรงตัว และพื้นที่หดตัว/สูงวัย

4.2 ขนาดระบบการศึกษา ปีการศึกษา 2568

หน่วย/สังกัด สถานศึกษา/ศูนย์ ผู้เรียน ครู/ผู้บริหาร บทบาทในระบบจังหวัด
สพฐ. รวม 2 สพป., สพม. และศูนย์เรียนรู้ 362 79,888 5,406 ผู้เรียนขั้นพื้นฐานส่วนใหญ่
ศูนย์การศึกษาพิเศษ 1 541 85 บริการเฉพาะทางและเครือข่ายช่วยเหลือ
เอกชน 35 20,863 1,385 สัดส่วนสำคัญในปฐมวัย/ประถม
สกร. 16 11,603 266 ทางเลือกสำหรับเยาวชนและผู้ใหญ่
อาชีวศึกษารัฐและเอกชน 14 11,023 609 กำลังคนระดับ ปวช.–ปวส./ปริญญาตรีสายเทคโนโลยี
โรงเรียนสาธิตและอุดมศึกษา 6 8,231 668 การศึกษาขั้นพื้นฐานบางส่วน อุดมศึกษา วิจัย และบริการวิชาการ
โรงเรียนท้องถิ่นและ ศพด. 301 16,039 621* ปฐมวัยและขั้นพื้นฐานในอำนาจ อปท.
พระปริยัติธรรม 2 185 32 กลุ่มเฉพาะทางศาสนา
รวม 737 148,373 9,072 *รายงานไม่แสดงครู ศพด. จึงยอดครูไม่ครบกำลังคนปฐมวัยทั้งหมด

ที่มา: [S01, PDF หน้า 39]

4.3 แนวโน้มผู้เรียนขั้นพื้นฐานชุดที่เปรียบเทียบได้

ระดับ 2562 2563 2564 2565 2566 เปลี่ยนแปลง 2562–2566
ก่อนประถม 22,603 21,291 20,085 19,688 20,029 -11.39%
ประถม 61,655 60,858 59,841 59,357 58,548 -5.04%
มัธยมต้น 27,913 27,886 27,885 27,966 27,801 -0.40%
มัธยมปลาย 12,847 13,080 12,940 13,615 13,828 +7.64%
รวม 125,018 123,115 120,751 120,626 120,206 -3.85%

ที่มา: [S02, ตาราง 7.4] ชุดนี้ไม่รวมอาชีวศึกษา อุดมศึกษา สกร. ศพด. และบางหน่วยตามนิยาม จึงห้ามเทียบตรงกับยอด 148,373 คนของปี 2568

4.4 การเข้าถึง

ช่วงวัย/ระดับ ผู้เรียนตามตาราง ศธจ. ประชากรตามตาราง ศธจ. อัตราดิบ สถานะการใช้
3–5 ปี/ก่อนประถม 16,732 19,365 86.40% ใช้เป็นสัญญาณช่องว่าง แต่ต้องตรวจประชากรฐานและการนับ ศพด.
6–11 ปี/ประถม 52,744 47,697 110.58% ไม่ใช่อัตราเข้าเรียนสุทธิ; สูงกว่า 100 เพราะอายุไม่ตรงชั้น การเดินทางข้ามจังหวัด/อำเภอ หรือฐานประชากรผิด
12–14 ปี/มัธยมต้น 27,037 27,801 97.25% ใช้ชี้ช่องว่างเบื้องต้นเท่านั้น
15–17 ปี/มัธยมปลายหรือเทียบเท่า 21,303 หรือ 21,781 28,622 74.43% หรือ 76.10% ขัดกันภายในเอกสาร ต้อง reconcile
18–19 ปี/ปวส. 4,615 19,251 23.97% วัดเฉพาะ ปวส. ไม่ใช่การเข้าถึงการศึกษาของวัย 18–19 ปีทั้งหมด

ที่มา: [S01, PDF หน้า 72–77]

ข้อวินิจฉัย: ห้ามใช้คำว่า “เด็กวัยเรียนที่ไม่ได้เรียน” จากผลต่างของตารางนี้ เพราะมีการเดินทางข้ามพื้นที่ อายุไม่ตรงชั้น และความผิดปกติของตัวหาร ต้องใช้ cohort/ทะเบียนรายบุคคลที่ผ่านกฎหมายหรืออย่างน้อยข้อมูลรวมแบบ residence-based และ school-based แยกกัน

4.5 คุณภาพการเรียนรู้

เครื่องมือ/ปี จังหวัด ประเทศ ช่องว่าง ข้อสรุปที่อนุญาต
RT ป.1 รวม 2 ด้าน 2567 81.69 78.72 +2.97 ผู้เข้าสอบในจังหวัดเฉลี่ยสูงกว่าประเทศ แต่ SD จังหวัด 18.81 แสดงความกระจายสูง
NT ป.3 รวม 2 ด้าน 2567 62.51 57.81 +4.70 ค่าเฉลี่ยสูงกว่า แต่สังกัดต่างกัน: สพฐ. 65.04, เอกชน 57.32, อปท. 59.29
O-NET ป.6 ภาษาไทย 55.46 54.20 +1.26 สูงกว่าเล็กน้อย เฉพาะผู้เข้าสอบ
O-NET ป.6 อังกฤษ 33.94 33.49 +0.45 ใกล้ค่าเฉลี่ยประเทศ
O-NET ป.6 วิทยาศาสตร์ 42.91 42.87 +0.04 เท่าประเทศโดยสาระ
O-NET ป.6 คณิตศาสตร์ 29.49 29.21 +0.28 คะแนนต่ำในเชิงระดับแม้สูงกว่าประเทศเล็กน้อย
O-NET ม.3 ภาษาไทย 47.05 48.93 -1.88 ต่ำกว่าประเทศ
O-NET ม.3 อังกฤษ 29.71 30.93 -1.22 ต่ำกว่าประเทศ
O-NET ม.3 วิทยาศาสตร์ 32.92 34.22 -1.30 ต่ำกว่าประเทศ
O-NET ม.3 คณิตศาสตร์ 25.12 26.53 -1.41 ต่ำกว่าประเทศ; ผู้ได้ ≥50 เพียง 254/5,824 หรือ 4.36%
O-NET ม.6 ภาษาไทย/อังกฤษ/วิทย์/คณิต/สังคม 40.01/27.25/27.03/18.92/34.19 42.21/30.61/28.95/21.76/35.77 ต่ำกว่าทุกวิชา ต้องวิเคราะห์รายโรงเรียนและ participation rate ก่อนกำหนดมาตรการ

ที่มา: [S01, PDF หน้า 52, 58, 64, 80–82]

สมมติฐานที่ต้องทดสอบ: ปัญหาอาจอยู่ที่การต่อยอดสมรรถนะระหว่างช่วงชั้น ความแตกต่างระหว่างสังกัด ความต่อเนื่องของครู/หลักสูตร หรือองค์ประกอบผู้เข้าสอบ แต่ข้อมูลเฉลี่ยยังไม่พิสูจน์สาเหตุใด

4.6 เด็กนอกระบบ การออกกลางคัน และกลุ่มเปราะบาง

ประเด็น หลักฐาน ผลวิเคราะห์ สถานะ
จำนวนเด็กนอกระบบ รายงาน ศธจ. ไม่มีข้อมูล; dashboard สาธารณะไม่แสดงจำนวนจังหวัด ไม่สามารถตั้ง baseline/เป้าหมายจำนวนเด็กกลับเข้าเรียน ช่องว่างวิกฤต
ออกกลางคันปี 2568 268 คนจากฐาน 94,575 คน = 0.283% (คำนวณใหม่) เป็น administrative dropout ไม่เท่ากับ out-of-school stock ใช้เป็นสัญญาณ
สาเหตุ ย้ายตามผู้ปกครอง 53.36%; อื่น ๆ 39.55% ต้องมีรหัสสาเหตุละเอียดและติดตามการย้ายปลายทาง หลักฐานปานกลาง
อาชีวะออกกลางคัน ไม่มีข้อมูล ปวช./ปวส. ไม่สามารถวิเคราะห์จุดเสี่ยงสำคัญ ช่องว่างวิกฤต
ผู้สำเร็จอาชีวะได้งาน ไม่มีข้อมูล พิสูจน์ความสอดคล้องกับงานไม่ได้ ช่องว่างวิกฤต
ผู้เรียนต้องการจำเป็นพิเศษ รายงานพบ 1,834 คน แต่ตัวชี้วัดไม่วัด coverage ความแตกต่างระหว่างสังกัด 0–3.26% อาจสะท้อนการคัดกรอง/บันทึกต่างกัน ต้องตรวจนิยาม
เด็กข้ามชาติ/บุตรแรงงาน ไม่มีข้อมูลที่จำแนกสถานะและการเข้าถึง พื้นที่อุตสาหกรรมเป็นสมมติฐานเป้าหมาย ไม่ใช่ข้อสรุป ช่องว่างสูง
เด็กยากจน/ยากจนพิเศษ ไม่มีจำนวนรวมทุกสังกัดและรายอำเภอในชุดที่ตรวจ ไม่สามารถทำ equity gap ช่องว่างสูง

4.7 เศรษฐกิจ กำลังคน และความสอดคล้อง

ประเด็น หลักฐาน นัยต่อการศึกษา สิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
ฐานเศรษฐกิจ การผลิต 256,328 ล้านบาท หรือ 61.31% ของ GPP ปี 2565 ต้องมีทักษะช่าง เทคนิค ดิจิทัล ความปลอดภัย คุณภาพ และสิ่งแวดล้อม สาขาหลักสูตรใดขาด/เกิน
ตลาดงาน 2567 ตำแหน่งว่าง 15,317; การผลิต 68.5%; ต้องการ มัธยม+ปวช.+ปวส. 79.3% ควรสร้างระบบ demand signal รายไตรมาส สมรรถนะเฉพาะและคุณภาพตำแหน่งงาน
โครงสร้างสถานประกอบการ 7,490 แห่ง ลูกจ้าง 342,562 คนใน 2566; สถานประกอบการ ≥1,000 คน 45 แห่งจ้าง 120,618 คน หรือ 35.21% ความร่วมมือกับนายจ้างรายใหญ่มีศักยภาพขยายผลสูง แต่ต้องไม่ละเลย SME จำนวนสถานประกอบการที่พร้อมทวิภาคีจริง
พื้นที่อุตสาหกรรม อุทัย บางปะอิน วังน้อย เสนา มี 84.66% ของคนงานอุตสาหกรรม เป็น cluster สำหรับ career guidance, dual training, safety และการเรียนรู้บุตรแรงงาน การเดินทางและ residence ของผู้เรียน
อาชีวะ:สามัญ 35.14:64.86 ใน 2568 แต่ฐานเทียบข้ามปีผิดปกติ ไม่ใช้ 50:50 เป็นเป้าหมายกลไก; วัดผลลัพธ์และความสมัครใจผู้เรียน แนวโน้มจริงและความต้องการรายสาขา
Automation/AI จังหวัดมีการผลิตและโรงงานขนาดใหญ่สูง ต้องเน้น digital/AI literacy, mechatronics, data, maintenance และ human skills อัตรางานที่จะถูกแทนที่ระดับจังหวัด

4.8 ดิจิทัล สุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

  • การใช้อินเทอร์เน็ตของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปเพิ่มจากร้อยละ 86.22 ใน 2564 เป็น 88.20 ใน 2566 และครัวเรือนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มจากร้อยละ 90.1 เป็น 95.3 [S02, ตาราง 16.2 และตัวชี้วัดจังหวัด] แต่ข้อมูลไม่บอกคุณภาพสัญญาณ อุปกรณ์ร่วม ค่าใช้จ่าย หรือทักษะดิจิทัลของผู้เรียน
  • พื้นที่อุทกภัยซ้ำซากร้อยละ 68.54 ทำให้ continuity of education การเดินทาง ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต สุขาภิบาล และสุขภาพจิตเป็นเรื่องเดียวกัน [S03]
  • แผนจังหวัดระบุข้อจำกัดว่าจุดตรวจอากาศไม่อยู่บนถนนหลักหรือย่านอุตสาหกรรม จึงอาจไม่จับ exposure บางพื้นที่ได้ [S03, ส่วนมลพิษ] ห้ามใช้ค่าเฉลี่ยสถานีเดียวตัดสินความเสี่ยงโรงเรียน
  • ทุนมรดกโลกและเครือข่ายชุมชนสามารถเชื่อมกับหลักสูตรสถานศึกษา ภาษา การสื่อสาร การท่องเที่ยวคุณภาพ งานช่างอนุรักษ์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยต้องผ่านข้อกำกับพื้นที่ [S05]
  • ยังไม่มีข้อมูลสุขภาพจิตเด็ก ความรุนแรง การกลั่นแกล้ง การตั้งครรภ์วัยรุ่น ยาเสพติด และความปลอดภัยที่เชื่อมระดับอำเภอ/สถานศึกษาในนิยามเดียว จึงไม่ตั้งข้อสรุปเชิงสาเหตุ

5. ความแตกต่างเชิงพื้นที่: 16 อำเภอ

5.1 ข้อมูลพื้นฐานที่เปรียบเทียบได้ ปีการศึกษา 2566

อำเภอ ประชากรทะเบียน โรงเรียนขั้นพื้นฐาน นักเรียนขั้นพื้นฐาน ลักษณะเชิงระบบที่ต้องตรวจต่อ
พระนครศรีอยุธยา 139,399 55 33,670 ศูนย์บริการศึกษาและมรดก; มีผู้เรียนจากนอกอำเภอเป็นไปได้
ท่าเรือ 45,379 29 6,927 ประชากรลด; มีเอกชน/ท้องถิ่นร่วมจัด
นครหลวง 36,507 18 3,632 อุตสาหกรรมสูงแต่โรงเรียนทั้งหมดในตารางเป็น สพฐ.
บางไทร 47,755 29 6,266 พื้นที่กว้าง; มีเอกชนและท้องถิ่น
บางบาล 33,366 23 2,703 ผู้เรียนต่อโรงเรียนต่ำ; ต้องตรวจโรงเรียนขนาดเล็ก/น้ำท่วม
บางปะอิน 119,925 42 17,753 ประชากรและอุตสาหกรรมเติบโต; หลายสังกัด
บางปะหัน 41,197 27 3,887 โรงเรียนทั้งหมดในตารางเป็น สพฐ.; ประชากรลด
ผักไห่ 38,297 23 3,951 ประชากรลดเร็ว; พื้นที่เกษตร/น้ำเป็นสมมติฐาน
ภาชี 31,032 19 4,323 จุดเชื่อมการเดินทาง; มีเอกชนเล็กน้อย
ลาดบัวหลวง 39,742 26 4,612 พื้นที่ห่างศูนย์จังหวัด; ต้องตรวจการเดินทางและเด็กเคลื่อนย้าย
วังน้อย 79,843 31 11,514 ประชากร/อุตสาหกรรมเติบโต; ความจุบริการและบุตรแรงงานเป็นประเด็น
เสนา 65,086 40 11,339 ศูนย์บริการฝั่งตะวันตก; โรงเรียนหลายสังกัดและคนงานอุตสาหกรรมสูง
บางซ้าย 18,950 17 2,319 ประชากรเบาบาง; ต้องตรวจต้นทุนและความต่อเนื่องบริการ
อุทัย 54,206 29 5,263 คนงานอุตสาหกรรมสูงสุดของจังหวัด; ผู้เรียน/แรงงานอาจเคลื่อนข้ามเขต
มหาราช 22,738 12 1,318 นักเรียนต่อโรงเรียนต่ำ; ประชากรสูงวัย/ลดเป็นสมมติฐาน
บ้านแพรก 8,684 8 729 ประชากรและระบบเล็กที่สุด; ต้องคุ้มครองการเข้าถึงขั้นต่ำ

ที่มา: [S02, ตาราง 1.1, 3.1 และ 3.8] ตารางนี้ไม่รวมอาชีวะ อุดมศึกษา สกร. ศพด. และผู้เรียนที่เดินทางข้ามอำเภอ จึงใช้เป็น spatial screening ไม่ใช่อัตราเข้าเรียน

5.2 กลุ่มพื้นที่วิเคราะห์สำหรับระยะยุทธศาสตร์

กลุ่มพื้นที่ชั่วคราว อำเภอหลัก เหตุผลจากหลักฐาน ประเด็นตรวจต่อ
ศูนย์เมือง–มรดก–บริการ พระนครศรีอยุธยา ผู้เรียนและสถานศึกษากระจุกสูง; มรดกโลก commuting, ความจุโรงเรียน, heritage curriculum, ผลกระทบท่องเที่ยว
แนวอุตสาหกรรม–ประชากรเติบโต บางปะอิน วังน้อย อุทัย นครหลวง และเสนา คนงานอุตสาหกรรมกระจุก; บางพื้นที่ประชากรเพิ่ม บุตรแรงงาน/ข้ามชาติ, ทวิภาคี, safety, automation, transport
พื้นที่บริการฝั่งตะวันตกและเกษตร เสนา บางไทร บางซ้าย ลาดบัวหลวง ผักไห่ บางบาล ระยะทาง/ความหนาแน่นต่ำและโครงข่ายโรงเรียนกระจาย school accessibility, transport, flood overlay, small-school network
พื้นที่ประชากรหดตัว/ระบบขนาดเล็ก ท่าเรือ บางบาล ผักไห่ บางซ้าย มหาราช บ้านแพรก ประชากรลดและนักเรียนต่อโรงเรียนต่ำในหลายอำเภอ shared services, teacher pooling, transport guarantee, lifelong learning

การจัดกลุ่มนี้เป็น สมมติฐานเชิงวิเคราะห์ อำเภอหนึ่งอาจอยู่มากกว่าหนึ่งกลุ่ม และต้องตรวจด้วยข้อมูลรายสถานศึกษา/ตำบลก่อนกำหนดพื้นที่นำร่อง


6. การวิเคราะห์ PESTEL

มิติ ปรากฏการณ์ ผลต่อระบบการศึกษา สัญญาณติดตาม
Political/Policy แผนส่วนใหญ่สิ้นสุด 2570; หลายสังกัดไม่มีสายบังคับบัญชาร่วม เป้าหมายอาจเปลี่ยนและโครงการไม่ผูกงบ แผน 2571–2575 ใหม่ มติ กศจ. การบรรจุโครงการในแผนเจ้าภาพ
Economic การผลิตเป็นฐาน GPP; ตำแหน่งงานว่างภาคผลิตสูง โอกาสทวิภาคีและ upskill; เสี่ยงฝึกแคบตามงานระยะสั้น vacancy by occupation/skill, wages, graduate outcomes, automation investment
Social การเกิดลด สูงวัย การย้ายตามผู้ปกครอง และประชากรแฝง บางพื้นที่โรงเรียนหด ขณะที่แนวอุตสาหกรรมบริการตึง; เด็กย้ายเสี่ยงหลุด births, transfers, unmatched learners, elderly learning demand
Technological internet access สูงขึ้น; AI/automation ขยาย hybrid learning และ data coordination เป็นไปได้ แต่ทักษะ/อุปกรณ์อาจเหลื่อมล้ำ device adequacy, bandwidth, AI use, cyber incidents, digital proficiency
Environmental น้ำท่วมซ้ำซาก มลพิษ ความร้อน และคุณภาพน้ำ หยุดเรียน การเดินทางเสี่ยง สุขภาพและทรัพย์สินเสียหาย school closure days, flood depth/duration, heat index, PM2.5 exposure
Legal PDPA กฎหมายเด็ก มรดกโลก และอำนาจต่างสังกัด ต้องออกแบบ data governance และ approval gate DSA/DPIA, access logs, legal sign-off, heritage permits

7. การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รายงานส่วนนี้เป็น stakeholder map จากอำนาจและข้อมูล ไม่ใช่ผลรับฟังความคิดเห็น

กลุ่ม อำนาจ/ทรัพยากร ผลประโยชน์/ความเสี่ยง บทบาทที่ควรใช้ในระยะต่อไป
กศจ./คณะอนุกรรมการเชิงยุทธศาสตร์ กลั่นกรอง/เห็นชอบ/กำกับกรอบจังหวัด แผนต้องอยู่ในอำนาจและนำไปใช้ได้ ตัดสินทางเลือกและเงื่อนไขรับรองข้อมูล
ศธจ. เลขานุการ แผน ประสาน ข้อมูล ติดตาม รับภาระประสานโดยไม่มีอำนาจสั่งทุกสังกัด data steward ระดับจังหวัดและ secretariat
สพป./สพม./สถานศึกษา สพฐ. ผู้เรียน/ครูส่วนใหญ่ ข้อมูลผลลัพธ์ ภาระรายงานและความแตกต่างรายโรงเรียน เจ้าภาพคุณภาพขั้นพื้นฐานและ early warning ในสังกัด
เอกชน/ท้องถิ่น/โรงเรียนสาธิต/พระปริยัติ ผู้เรียนจำนวนสำคัญและอำนาจบริหารตน อาจถูกกำหนดเป้าหมายโดยไม่ร่วมตัดสินใจ ร่วมกำหนดนิยาม ตัวชี้วัด และมาตรการสมัครใจ/ข้อตกลง
สอศ./อาชีวะ หลักสูตรวิชาชีพ ทวิภาคี และข้อมูลผู้สำเร็จ ถูกคาดหวังแก้ mismatch แต่ข้อมูลผลลัพธ์ขาด เจ้าภาพ graduate tracer และ dual-quality standard
อุดมศึกษา วิจัย ครูพี่เลี้ยง หลักสูตรและนวัตกรรม มีความเป็นอิสระและพันธกิจต่างกัน evaluator, data lab, teacher development, credit transfer
สกร. เส้นทางยืดหยุ่นและผู้เรียน 11,603 คน อาจรับผู้หลุดโดยไม่มีบริการสังคมรองรับ re-entry pathway และ recognition of prior learning
จังหวัด/อปท./พม./สธ./แรงงาน/ปภ./ศิลปากร อำนาจและข้อมูลนอกการศึกษา การศึกษาเกี่ยวพันสวัสดิการ งาน ภัย และพื้นที่ case referral, budget co-financing, risk and heritage gates
นายจ้าง/หอการค้า/สภาอุตสาหกรรม แหล่งฝึก งาน อุปกรณ์ และ demand signal ต้องการทักษะเร็ว; เสี่ยงประโยชน์เอกชนเหนือสิทธิผู้เรียน skill council แบบมีตัวแทนแรงงาน/ผู้เรียนและมาตรฐานฝึกงาน
ผู้เรียน/ผู้ปกครอง/กลุ่มเปราะบาง ผู้ได้รับผลโดยตรง แต่กำลังต่อรองต่ำ การเดินทาง ค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย stigma และ privacy ต้องมีช่องทางรับฟังแยกกลุ่มในระยะที่ 4 ของหน่วยงาน

8. ปัญหา–หลักฐาน–สาเหตุราก

ปัญหาเชิงผลลัพธ์ หลักฐาน สาเหตุใกล้ที่มีหลักฐาน สาเหตุรากที่เป็นสมมติฐาน กลุ่ม/พื้นที่ที่ควรตรวจ
เด็กขาดความต่อเนื่อง/หลุด 268 administrative dropouts; migration 53.36%; Zero Dropout ไม่มี baseline ย้ายตามผู้ปกครอง รหัส “อื่น ๆ” สูง การส่งต่อข้อมูลข้ามสังกัด/พื้นที่ไม่ต่อเนื่อง สวัสดิการและเส้นทางยืดหยุ่นไม่เชื่อม แนวอุตสาหกรรม ครอบครัวย้ายถิ่น เอกชน/ท้องถิ่น/กลุ่มเฉพาะ
สมรรถนะช่วงมัธยมต่ำ O-NET ม.3/ม.6 ต่ำกว่าประเทศทุกวิชา; ผู้ผ่าน 50 ใน ม.3 คณิตต่ำ ช่องว่างสะสมและความแตกต่างสังกัด curriculum coherence, formative assessment, teacher support, attendance, selection bias—ยังไม่พิสูจน์ โรงเรียน/สังกัดที่ผลต่ำเมื่อควบคุม participation
การศึกษา–งานไม่เชื่อม งานว่างภาคผลิตสูง; ไม่มี graduate employment/tracer ไม่มีข้อมูลผลลัพธ์และทักษะตำแหน่งงาน กลไก demand signal ไม่เป็นระบบ หลักสูตร/ครู/อุปกรณ์ปรับช้า คุณภาพฝึกงานต่างกัน อุทัย บางปะอิน วังน้อย นครหลวง เสนา และอาชีวะทุกแห่ง
การประสานข้ามสังกัดอ่อน 737 หน่วย/หลายเจ้าภาพ; ตัวเลขประชากรและ KPI ขัดกัน นิยาม รอบเวลา และผู้รับรองต่างกัน ไม่มี common data dictionary, ownership, validation workflow และข้อตกลงผลลัพธ์ร่วม ศธจ.และเจ้าของข้อมูลทุกสังกัด
ความต่อเนื่องเมื่อเกิดภัย พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 68.54%; ไม่มี school exposure map ไม่ทราบโรงเรียน/เส้นทางเสี่ยงรายแห่ง แผน BCP ไม่เชื่อมข้อมูลภัย การเดินทาง อุปกรณ์ และปฏิทินชดเชย ที่ราบลุ่มและเส้นทางเสี่ยงหลังทำ overlay
การจัดทรัพยากรไม่สอดคล้องประชากร เกิดลด; บางอำเภอเติบโต บางอำเภอลด; นักเรียนต่อโรงเรียนต่างกัน demand เปลี่ยนต่างพื้นที่ แผนครู/อาคาร/รถรับส่งใช้ค่าเฉลี่ยหรือขอบเขตต้นสังกัด พื้นที่เติบโตและพื้นที่ระบบเล็ก

Problem tree แบบย่อ: เด็กหลุดจากระบบ

ผลกระทบ: ทักษะ/รายได้ตลอดชีวิตต่ำ ความเสี่ยงสุขภาพและสังคมสูง ความเหลื่อมล้ำสืบทอด
                                  ↑
ปัญหาหลัก: เด็กไม่ต่อเนื่องในการเรียนรู้หรือไม่มีเส้นทางการเรียนที่เหมาะสม
                                  ↑
สาเหตุใกล้: ย้ายตามผู้ปกครอง | ปรับตัว/ครอบครัว | ความยากจน | เหตุอื่นไม่จำแนก
                                  ↑
สาเหตุระบบ: ไม่ส่งต่อสถานะข้ามสังกัด/จังหวัด | ไม่มี early warning ร่วม | บริการสังคมไม่เชื่อม
            | ทางเลือกยืดหยุ่น/เทียบโอนไม่ทั่วถึง | data governance ยังไม่พร้อม

9. SWOT ที่มีหลักฐานรองรับ

ประเภท ประเด็น หลักฐาน ระดับความเชื่อมั่น
S1 เครือข่ายจัดการศึกษาครบทุกระบบและมีอุดมศึกษา/อาชีวะในพื้นที่ 737 แห่ง หลายสังกัด [S01] สูง
S2 ผล RT/NT และ O-NET ป.6 หลายด้านสูงกว่าหรือใกล้ประเทศ [S01] ปานกลาง เพราะการเข้าร่วม/ค่าเฉลี่ย
S3 ฐานอุตสาหกรรมและนายจ้างขนาดใหญ่รองรับ work-based learning GPP/สถานประกอบการ/คนงาน [S02–S03] สูง
S4 มรดกโลกและทุนวัฒนธรรมมีความโดดเด่นระดับสากล [S05] สูง
S5 การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของครัวเรือนและประชากรสูงขึ้น [S02] ปานกลาง; ไม่สะท้อนคุณภาพ/อุปกรณ์
W1 ระบบข้อมูลไม่มี single source of truth และมีข้อผิดพลาดคำนวณ ความขัดแย้งประชากร access/dropout [S01–S03] สูง
W2 ไม่มี baseline เด็กนอกระบบ อาชีวะออกกลางคัน และผู้สำเร็จได้งาน [S01, S04] สูง
W3 ผล ม.3/ม.6 ต่ำกว่าประเทศทุกวิชาที่รายงาน [S01] ปานกลาง เพราะสมัครใจสอบ
W4 ระบบตอบสนองความต่างพื้นที่ยังไม่มีภาพรายสถานศึกษา/เส้นทาง ไม่มี geospatial overlay สูง
W5 สัดส่วนผู้เรียนที่ระบุความต้องการพิเศษต่างกันผิดปกติระหว่างสังกัด 0–3.26% ไม่รวมศูนย์เฉพาะ [S01] ปานกลาง
O1 ความต้องการแรงงานระดับมัธยม/ปวช./ปวส. และภาคผลิตสูง [S03] สูงสำหรับ vacancy ที่แจ้ง
O2 AI/automation ทำให้เกิดทั้งหลักสูตรใหม่และ reskill ผู้ใหญ่ โครงสร้างอุตสาหกรรม [S02–S03] ปานกลาง
O3 สกร. อาชีวะ อุดมศึกษา และท้องถิ่นเอื้อต่อ learning pathways หลายแบบ [S01] สูง
O4 มรดกโลกและท่องเที่ยวคุณภาพรองรับ creative/heritage economy [S03, S05] สูง
O5 คณะอนุกรรมการเชิงยุทธศาสตร์มีอำนาจกลั่นกรองข้อมูล แผน และ KPI คำสั่ง กศจ. ที่ 1/2569 [ระยะที่ 2, A04] สูง
T1 การเกิดลดและสูงวัยทำให้ฐานผู้เรียนหด/ภาระพึ่งพิงเพิ่ม [S02–S03] สูง
T2 การย้ายแรงงาน/ประชากรแฝงทำให้เด็กเสี่ยงหลุดและตัวหารคลาดเคลื่อน สาเหตุ dropout และความต่าง population concepts ปานกลาง–สูง
T3 น้ำท่วมซ้ำซาก ความร้อน และมลพิษกระทบ continuity/สุขภาพ [S03] สูงระดับจังหวัด; ยังไม่ทราบรายโรงเรียน
T4 Automation เปลี่ยนความต้องการงานเร็วกว่ารอบหลักสูตร ฐานการผลิตและโรงงานขนาดใหญ่ ปานกลาง
T5 แผนระดับปฏิบัติสิ้นสุด 2570 และนโยบายอาจเปลี่ยน ระยะที่ 2 สูง

10. TOWS Matrix

กลยุทธ์เชิงวิเคราะห์ การจับคู่ แนวทางที่ควรนำไปพัฒนาทางเลือกในระยะที่ 5
SO S1+S3+O1+O3 สร้างระบบเส้นทางเรียน–งานระดับจังหวัดที่เชื่อมมัธยม อาชีวะ สกร. อุดมศึกษา และนายจ้าง พร้อม graduate tracer และมาตรฐานฝึกงาน
SO S1+S4+O4 สร้าง Ayutthaya Heritage Learning Ecosystem ใช้แหล่งจริง ชุมชน ภาษา ดิจิทัล และผู้ประกอบการ โดยมี heritage compliance gate
WO W1+W2+O5 ใช้อำนาจคณะอนุกรรมการกำหนด common data dictionary, validation protocol, KPI owner และ baseline certification
WO W3+O3 ตั้งเครือข่าย diagnostic learning ระหว่างช่วงชั้น ใช้ RT/NT/O-NET/การประเมินชั้นเรียนโดยไม่จัดอันดับจากคะแนนดิบ
ST S1+S5+T3 จัด continuity compact ทุกสังกัด: ปฏิทินภัย ระบบสื่อสาร ชุดการเรียนหลายช่องทาง รถรับส่ง/ศูนย์พัก และ recovery assessment
ST S3+T4 ร่วมกับนายจ้างสร้าง modular upskill ด้าน automation, maintenance, data, safety และ green production โดยไม่จำกัดผู้เรียนไว้กับบริษัทเดียว
WT W1+W4+T2+T3 เริ่มด้วยข้อมูลรวมและแผนที่ระดับสถานศึกษา; ยังไม่เปิดระบบรายบุคคลจนผ่าน Gates G1–G7
WT W2+T1 ปรับเครือข่ายบริการในพื้นที่เด็กน้อยด้วย shared teachers, mobile specialist, transport guarantee และใช้สถานศึกษาเป็น learning hub ผู้สูงอายุ

11. ฉากทัศน์ พ.ศ. 2571–2575

ใช้สองแกนความไม่แน่นอน: (ก) ความสามารถประสานและใช้ข้อมูลร่วม และ (ข) ความรุนแรงของแรงกระแทกจากภูมิอากาศ/เศรษฐกิจ/เทคโนโลยี

ฉากทัศน์ การประสาน/ข้อมูล แรงกระแทก ภาพระบบ สัญญาณเตือน
A จังหวัดแห่งเส้นทางการเรียนรู้เชื่อมโยง สูง ปานกลาง เด็กย้ายได้รับการส่งต่อ หลักสูตรเชื่อมงาน/มรดก ข้อมูลรับรองได้ หน่วยงานลงนาม metadata/DSA; tracer coverage เพิ่ม
B ระบบยืดหยุ่นต่อภัยและ automation สูง สูง BCP ทุกสังกัด การเรียนหลายช่องทาง reskill เร็ว และช่วยรายกรณีได้ วันหยุดเรียนจากภัยลด; recovery time สั้น; modular credentials เพิ่ม
C เกาะความสำเร็จแยกส่วน ต่ำ ปานกลาง บางโรงเรียน/บริษัททำได้ดี แต่ขยายผลไม่ได้และข้อมูลขัดกันต่อ KPI ซ้ำ/ตัวเลขไม่ตรง; MOU ไม่ผูกการปฏิบัติ
D ความเหลื่อมล้ำทวีคูณ ต่ำ สูง เด็กย้าย/ยากจนหลุด โรงเรียนพื้นที่เล็กอ่อนแรง พื้นที่อุตสาหกรรมบริการตึง unmatched learners, dropout, closure days และ vacancy mismatch เพิ่มพร้อมกัน

ข้อเสนอ: ยุทธศาสตร์ควรออกแบบให้ได้ผลอย่างน้อยในฉากทัศน์ A และ B และมี trigger plan เมื่อสัญญาณเข้าใกล้ C หรือ D


12. ประเด็นยุทธศาสตร์ชั่วคราวจากหลักฐาน

รายการนี้เป็นกรอบสำหรับเสนอทางเลือกในระยะที่ 5 ยังไม่ใช่ข้อยุติของ กศจ.

  1. ความต่อเนื่องและความเสมอภาค: เด็กย้าย เด็กหลุด กลุ่มเปราะบาง และเส้นทางกลับเข้าสู่การเรียนรู้
  2. สมรรถนะพื้นฐานต่อเนื่อง: อ่านรู้เรื่อง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านช่วงชั้น
  3. ระบบเรียน–งาน–ผู้ประกอบการ: อาชีวะ ทวิภาคี อุดมศึกษา สกร. และ upskill/reskill ตามคลัสเตอร์พื้นที่
  4. การเรียนรู้จากมรดก สุขภาวะ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นต่อภัย
  5. เครือข่ายบริการตามประชากร: พื้นที่เติบโต พื้นที่หดตัว โรงเรียนขนาดเล็ก และ learning hub ตลอดชีวิต
  6. ธรรมาภิบาลทุกสังกัด: baseline ที่รับรอง ระบบข้อมูลรวม KPI owner และวงรอบตัดสินใจของ กศจ.

13. ช่องว่างข้อมูลและแผนพัฒนาฐานข้อมูล

ลำดับ ข้อมูลที่ต้องขอ/จัดทำ ความจำเป็น เจ้าของที่เป็นไปได้ วิธีจัดทำ baseline ผลหากไม่มี
1 ประชากรปี 2568 แยกอายุ เพศ สัญชาติ อำเภอ/ตำบล และ municipal status แก้ตัวหารผิด กรมการปกครอง/จังหวัด snapshot วันเดียวพร้อม data dictionary อัตราเข้าถึงทุกตัวใช้ไม่ได้
2 ผู้เรียนรายระดับและอายุแบบ school-based/residence-based ทุกสังกัด วัด access/commuting ทุกต้นสังกัด/ศธจ. ส่งข้อมูลรวม cell ที่ไม่ระบุตัวบุคคล แยกผู้เรียนข้ามพื้นที่ไม่ได้
3 เด็กนอกระบบ/เสี่ยงหลุดแบบข้อมูลรวมรายอำเภอ พร้อมนิยาม baseline วาระหลัก กสศ./ศธ./สถ./พม./อปท. ใช้ผล matching ที่เจ้าของระบบสรุปรวม ตั้งเป้าหมายไม่ได้
4 การออกกลางคัน ปวช./ปวส. และเหตุผลมาตรฐาน จุดเสี่ยงอาชีวะ สอศ./สถานศึกษา cohort table 3–5 รุ่น ไม่ทราบจุดรั่วกำลังคน
5 ผู้สำเร็จ การได้งานตรงสาขา รายได้ เรียนต่อ และ NEET วัดความสอดคล้องจริง สอศ./อว./แรงงาน/ประกันสังคม tracer 6/12 เดือนและ linkage ที่ผ่านกฎหมาย กล่าวได้เพียง demand proxy
6 vacancy รายอาชีพ ทักษะ ค่าจ้าง เขตงาน และระยะเวลาหางาน demand signal จัดหางาน/นายจ้าง dashboard รายไตรมาส ปรับหลักสูตรแบบเดา
7 RT/NT/O-NET/assessment รายโรงเรียน พร้อม participation และบริบท ระบุ learning gap สพฐ./สทศ./ต้นสังกัด pseudonymized/aggregate diagnostic file ออกมาตรการกว้างเกินไป
8 การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จากเครื่องมือวินิจฉัยร่วม วาระผู้บริหาร ต้นสังกัด/สถานศึกษา ทดสอบต้นปี–กลางปี–ปลายปีด้วยเกณฑ์ร่วม ค่าเฉลี่ย RT ไม่ตอบจำนวนเด็กต้องช่วย
9 เด็กพิการ/ต้องการจำเป็นพิเศษ: eligible, screened, served, IEP และ assistive support วัด coverage จริง ศูนย์การศึกษาพิเศษ/ทุกสังกัด/พม. four-stage service funnel KPI ปัจจุบันตีความผิด
10 ยากจน/ยากจนพิเศษ ข้ามชาติ และบุตรแรงงาน แยกอำเภอ equity targeting กสศ./สถานศึกษา/แรงงาน/อปท. ข้อมูลรวมก่อน; รายบุคคลหลัง legal gates ไม่เห็นกลุ่มที่ถูกทิ้ง
11 โรงเรียนขนาดเล็ก ครูรายวิชา อาคาร งบ และเวลาเดินทาง network planning สพฐ./เอกชน/อปท. school master list และ GIS ตัดสินควบรวม/ทรัพยากรผิด
12 พิกัดสถานศึกษา น้ำท่วม ความลึก/ระยะเวลา เส้นทาง ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต resilience ปภ./ชลประทาน/อปท./สถานศึกษา geospatial overlay ระดับสถานศึกษา ระบุพื้นที่นำร่องไม่ได้
13 สุขภาพจิต ความรุนแรง ยาเสพติด อุบัติเหตุ และการขาดเรียน whole-child outcomes สธ./พม./ตำรวจ/สถานศึกษา aggregate referral and incident definitions แผนความปลอดภัยวัดผลไม่ได้
14 รายงานผลแผนเดิม งบ ผลผลิต ผลลัพธ์ และปัญหาประสาน เรียนรู้ implementation ศธจ./หน่วยเจ้าภาพ project-performance crosswalk เสี่ยงทำโครงการเดิมซ้ำ

ลำดับเร่งด่วน 90 วัน

  1. ตั้ง Data Baseline Working Group ภายใต้กลไกที่ กศจ. มอบหมาย
  2. รับรอง population denominator และ school master list ก่อน
  3. แก้สูตร access/dropout/special-needs/vocational ratio และออก data dictionary รุ่น 1.0
  4. ขอข้อมูลรวมเด็กนอกระบบและอาชีวะออกกลางคัน โดยยังไม่แลกข้อมูลรายบุคคล
  5. จัดทำ district profile 16 อำเภอและแผนที่โรงเรียน–ภัย–อุตสาหกรรม
  6. ให้เจ้าของข้อมูลลงนามรับรอง baseline ที่จะใช้ตั้ง “ค่าเป้าหมายเสนอ”

14. สูตรและการคำนวณเพิ่มเติม

14.1 การเปลี่ยนแปลง

ร้อยละการเปลี่ยนแปลง = ((ค่าปลายงวด / ค่าต้นงวด) - 1) × 100

ตัวอย่างการเกิดมีชีพ พ.ศ. 2562–2566:

((5,503 / 7,018) - 1) × 100 = -21.59%

14.2 อัตราออกกลางคันที่คำนวณใหม่

อัตราออกกลางคัน = จำนวนออกกลางคัน / จำนวนนักเรียนในฐานเดียวกัน × 100
ระดับ สูตร ผลคำนวณใหม่ ค่าแถวรวมต้นฉบับ
ประถม 203/52,744×100 0.385% 4.48%
มัธยมต้น 54/27,037×100 0.200% 5.07%
มัธยมปลาย 11/14,794×100 0.074% 3.62%
รวมสามระดับ 268/94,575×100 0.283% ไม่แสดง

ค่าต้นฉบับเกิดจากการรวมร้อยละรายสังกัด จึงไม่ใช่อัตรารวมที่มีน้ำหนัก [S01, PDF หน้า 83]

14.3 ความกระจุกตัวคนงานอุตสาหกรรม

(อุทัย 88,613 + บางปะอิน 46,072 + วังน้อย 31,678 + เสนา 19,951)
÷ คนงานอุตสาหกรรมทั้งจังหวัด 220,077 × 100 = 84.66%

ที่มา: [S02, ตาราง 12.4]


15. รายงานปิดระยะ

15.1 สิ่งที่ดำเนินการแล้ว

  • บันทึกคำยืนยันผู้ว่าจ้างทั้ง 4 ข้อและตรวจคำสั่ง กศจ. ที่ 1/2569 ครบ 3 หน้า
  • รวบรวมและตรวจไขว้ข้อมูลการศึกษา ประชากร เศรษฐกิจ แรงงาน ดิจิทัล สิ่งแวดล้อม ภัย และมรดก
  • จัดทำอนุกรมเวลาที่นิยามพอเทียบได้
  • คำนวณ dropout และตัวชี้วัดอนุพันธ์ใหม่พร้อมสูตร
  • วิเคราะห์ 16 อำเภอ PESTEL ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย problem tree SWOT TOWS และฉากทัศน์
  • จัดทำบัญชีช่องว่างข้อมูลและลำดับงาน baseline 90 วัน

15.2 ข้อค้นพบสำคัญ

  • วาระแรกเชิงระบบคือ การรับรอง baseline และนิยามร่วม เพราะข้อผิดพลาดข้อมูลมีผลต่อทุกยุทธศาสตร์
  • วาระผู้เรียนคือ ความต่อเนื่องเมื่อย้ายถิ่น และ การต่อยอดสมรรถนะจากประถมสู่มัธยม
  • วาระกำลังคนต้องเปลี่ยนจากเป้าสัดส่วนอาชีวะอย่างเดียวเป็น graduate outcomes, skill demand และคุณภาพฝึกงาน
  • การวางแผนต้องใช้ archetype พื้นที่ ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยจังหวัด
  • น้ำท่วมและ automation ต้องเป็นเงื่อนไขออกแบบยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ภาคผนวกความเสี่ยง

15.3 สมมติฐานที่ใช้

  • ตัวเลขจากเอกสารทางการอาจยังมีความคลาดเคลื่อนจากการรวบรวม จึงถือสถานะตามคะแนนคุณภาพ
  • การย้ายตามผู้ปกครองสัมพันธ์กับความเสี่ยงหลุด แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าผู้เรียนไม่ไปเข้าเรียนที่อื่น
  • พื้นที่อุตสาหกรรมมีความต้องการทักษะสูง แต่ยังไม่พิสูจน์ mismatch ระดับหลักสูตร/สาขา
  • การลดลงของการเกิดจะกดจำนวนผู้เรียนในอนาคต แต่ขนาดผลรายอำเภอต้องคาดการณ์จาก cohort ล่าสุด

15.4 ข้อยุติของผู้ว่าจ้างสำหรับระยะถัดไป

ผู้ว่าจ้างยืนยันเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ดังนี้

  1. ให้ใช้ค่า access, dropout และ vocational ratio จากรายงานปีการศึกษา 2568 เป็น ค่าฐานเชิงบริหาร โดยต้องแสดงข้อจำกัดและค่าคำนวณตรวจสอบคู่กัน ไม่ลบล้างร่องรอยความคลาดเคลื่อนของข้อมูลต้นฉบับ
  2. ให้จัดทำทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์โดยยึด 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ชั่วคราวในข้อ 12
  3. กำหนดให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นเจ้าภาพประสานการรับรอง population denominator, school master list และ graduate tracer โดยหน่วยงานเจ้าของข้อมูลเดิมยังคงเป็นผู้รับรองข้อมูลในอำนาจของตน
  4. เลือกกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ตรวจข้อมูลเชิงลึก โดยใช้กลุ่มอำเภออุทัย บางปะอิน วังน้อย นครหลวง และเสนาเป็นขอบเขตตั้งต้น และต้องตรวจข้อมูลก่อนกำหนดพื้นที่นำร่องเชิงนโยบาย

15.5 งานระยะถัดไป

ระยะที่ 4 ตามกระบวนการแม่บทคือการออกแบบเครื่องมือและกระบวนการรับฟังให้หน่วยงานนำไปดำเนินการ โดยไม่รับฟังจริงตามข้อกำหนดผู้ว่าจ้าง จากนั้นจึงเสนอทางเลือกทิศทางยุทธศาสตร์อย่างน้อย 2–3 ทางเลือกในระยะที่ 5


16. แหล่งอ้างอิงหลัก

วันที่เข้าถึงแหล่งออนไลน์: 1 กันยายน 2569 โดยใช้เฉพาะข้อมูล/เอกสารที่เผยแพร่หรือมีผลไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม 2569


17. รายการจำแนกสถานะข้อเสนอท้ายรายงาน

สถานะ รายการ
ยืนยันจากหลักฐาน ขนาดระบบ 737 แห่ง; แนวโน้มเกิดลด; สูงวัย; ผล RT/NT/O-NET; โครงสร้างอุตสาหกรรม; อุทกภัยซ้ำซาก; สถานะมรดกโลก
ผลการวิเคราะห์ ความเสี่ยงต่อยอดสมรรถนะช่วงมัธยม; archetype 4 กลุ่มพื้นที่; data quality เป็นปัญหาราก; ความกระจุกตัวคนงาน 84.66%
ข้อเสนอเชิงกระบวนการ baseline certification, data dictionary, district profile, geospatial overlay, graduate tracer
ยืนยันเพื่อดำเนินการระยะต่อไป ใช้ 6 ประเด็นชั่วคราว; ศธจ.เป็นเจ้าภาพประสานข้อมูล; กลุ่มอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ตรวจลึก; ใช้ค่ารายงาน 2568 เป็นค่าฐานเชิงบริหารพร้อมข้อจำกัด
ช่องว่างข้อมูล เด็กนอกระบบ อาชีวะออกกลางคัน ผลผู้สำเร็จ กลุ่มเปราะบาง โรงเรียนขนาดเล็ก สุขภาวะ และพิกัดภัย
ต้องตรวจทางกฎหมาย การใช้ข้อมูลรายบุคคล การเชื่อมทะเบียน การเปิดเผยข้อมูลกลุ่มเล็ก และข้อตกลงผู้ควบคุมข้อมูล
↑ กลับด้านบน