พื้นที่เรียนรู้อิสระ · ไม่ใช่เว็บไซต์ทางราชการ
E1 · กรณีศึกษาเชิงออกแบบ

โครงการหลัก 1 โครงการ · ชุดงานย่อย 5 ชุด · สถานการณ์สมมติสำหรับอภิปราย

E1: ข้อตกลงความต่อเนื่องของผู้เรียนอยุธยา

ย้ายแล้วมีที่เรียน เสี่ยงแล้วได้รับความช่วยเหลือ

จัดทำโดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ · burapatis@gmail.com

กรณีศึกษาเชิงออกแบบ รุ่น 1.3 วันที่ 10 กันยายน 2569

สถานะ: ตัวอย่างข้อเสนอโครงการและสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่โครงการที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่รายงานผลดำเนินงาน และไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานศึกษาหรือบุคคลใด จำนวนหน่วยนำร่อง ราคา และการจัดเวลาบุคลากรเป็นสมมติฐานเพื่อฝึกออกแบบ ต้องแทนด้วยข้อมูลและอำนาจที่ตรวจแล้วก่อนใช้จริง

1. ข้อมูลสรุปและสิ่งที่คงจากร่างเดิม

รายการ รายละเอียด
ยุทธศาสตร์ E1 โอกาส ความเสมอภาค และความต่อเนื่องทางการศึกษา
ชื่ออธิบายบนเว็บเดิม ระบบติดตามความต่อเนื่องและจัดการรายกรณี
ช่วงแผน พ.ศ. 2571–2575; รอบทดลองตัวอย่าง 12 เดือนหลังผ่านการเตรียมความพร้อม
กรอบงบเพิ่ม 5 ปีจากร่างปัจจุบัน 30–50 ล้านบาท เป็นข้อเสนอ ไม่ใช่วงเงินจัดสรร
ตัวอย่างต้นทุนรอบนำร่อง 900,000 บาท เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาภายในกรอบ ไม่ใช่งบเพิ่มซ้อนจากกรอบ 5 ปี
การมีส่วนร่วมและคำยืนยันรับงาน ยังไม่มีผลรับฟังหรือคำยืนยันจากหน่วยร่วมในกรณีศึกษานี้

โครงการนี้เป็นหนึ่งใน 6 โครงการหลักเดิม ชุดงานย่อย 5 ชุดต่อไปนี้ช่วยอธิบายวิธีดำเนินการ ไม่ได้เพิ่มจำนวนโครงการหลักเป็น 30 โครงการ

2. หลักการ เหตุผล และหลักฐาน

หลักฐานเพิ่มเติม S02 ตาราง 3.11–3.12 หน้า 50–51; S03 หน้า 129: ปีการศึกษา 2566 ออกกลางคัน 154 คน; ย้ายตามครอบครัว 53 ปัญหาครอบครัว 16 การปรับตัว 8 และสาเหตุอื่นตามตาราง ไม่ใช่ค่าฐานปัจจุบัน เชื่อมการติดตามเมื่อย้าย การแนะแนว และการช่วยเหลือครอบครัวกับ E4 ตรวจปลายทางรับเรียน/ให้บริการจริง ใช้ K1–K3 ผูกกับฐานปี 2570 ที่ต้องยืนยัน ข้อจำกัด: ไม่ใช้ 154 หรือ 1,181 แทน B3 อัตโนมัติ; จำนวนลดไม่พิสูจน์ผลโครงการ ร่างเดิมแยกปัญหาการย้ายตามครอบครัวออกจากการหลุดจากระบบ และระบุข้อจำกัดของสถิติออกกลางคัน จึงควรติดตามว่าผู้เรียนถึงปลายทางและเรียนต่อจริง แทนการถือว่าการออกจากทะเบียนโรงเรียนเดิมเท่ากับออกจากการศึกษา ต้องตรวจสถานะและสาเหตุรายกรณีก่อนสรุปผล ไม่ใช้จำนวนกรณีในตัวอย่างเป็นค่าประมาณทั้งจังหวัด

อ่านประกอบ ร่างฉบับภาษาชัดเจน บทที่ 7–10 และรายการอ้างอิงท้ายหน้านี้ ข้อเสนอวิธีทำงานในส่วนที่ขยายเป็นการสังเคราะห์ของผู้จัดทำ ไม่ใช่ข้อความมติหรือผลวิจัยใหม่ของจังหวัด

3. วัตถุประสงค์

  • มีขั้นตอนรับ–ส่งต่อที่ผู้เรียนและครอบครัวเข้าใจ และมีผู้รับผิดชอบติดตามจนปิดการส่งต่อ
  • ช่วยผู้เรียนที่เสี่ยงขาดความต่อเนื่องด้วยบริการตามความจำเป็น โดยคงสิทธิในการเลือกเส้นทาง
  • ทำให้ข้อมูลการย้าย การคงอยู่ และการขาดการติดต่อมีนิยามร่วมและตรวจสอบได้

4. กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ และขนาดทดลอง

ตัวอย่างสมมติ: 8 สถานศึกษาใน 4 อำเภอ และกรณีที่ต้องประสานความช่วยเหลือไม่เกิน 100 กรณีในรอบ 12 เดือน รวมสถานศึกษารัฐ เอกชน และทางเลือกการเรียนรู้ ไม่มีการกำหนดชื่อสถานศึกษาหรือกล่าวว่าได้รับความยินยอมแล้ว

หลักเลือกพื้นที่และผู้เข้าร่วม: เลือกพื้นที่จากหลักฐานการย้ายและความขาดแคลนบริการ ไม่เลือกจากชื่อเสียงหรือความพร้อมอย่างเดียว ให้มีพื้นที่ที่ครอบครัวเคลื่อนย้ายและพื้นที่เข้าถึงบริการยาก ใช้จำนวนจริงที่ตรวจแล้วกำหนดขนาดงาน หากเด็กต้องได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน ต้องช่วยตามหน้าที่โดยไม่รอการคัดเลือกนำร่อง

ขอบเขตทุกช่วงวัย: ประยุกต์กิจกรรมและเครื่องมือให้เหมาะกับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามภารกิจของหน่วยจัดการศึกษา ไม่ใช้แบบประเมินหรือแนวปฏิบัติของเด็กกับผู้ใหญ่โดยอัตโนมัติ ผู้สูงอายุ วัยแรงงาน ผู้เรียนพิการ และผู้เรียนข้ามชาติต้องได้รับการพิจารณาอุปสรรคการเข้าถึงตามขอบเขตบริการจริง

5. กลไกการเปลี่ยนแปลง

ลำดับผล สิ่งที่คาดว่าจะเชื่อมกัน
ปัจจัยนำเข้า ทีมประสาน ช่องทางส่งต่อ และทรัพยากรช่วยเหลือตามอำนาจ
กิจกรรม ตรวจสถานะ ประเมินความต้องการ ส่งต่อ และยืนยันปลายทาง
ผลผลิต แบบส่งต่อที่มีผู้รับงานและหลักฐานยืนยันการเข้าถึงบริการ
ผลลัพธ์ การย้ายไม่ทำให้ขาดช่วง และผู้เรียนที่เสี่ยงได้รับการช่วยเร็วขึ้น
ผลกระทบที่คาดหวัง โอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและช่องว่างระหว่างกลุ่มลดลง

สมมติฐานสำคัญ: ปลายทางมีที่เรียนหรือทางเลือกที่เหมาะสม ครอบครัวติดต่อได้ และหน่วยรับส่งต่อมีความสามารถรับบริการจริง ข้อตกลงเพียงอย่างเดียวไม่สร้างที่เรียนหรือทุนขึ้นมา

ลูกโซ่นี้เป็นเหตุผลที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากิจกรรมทำให้เกิดผลโดยอัตโนมัติ

6. ชุดงานย่อยและวิธีดำเนินการ

E1.1 ข้อตกลงการรับ–ส่งต่อข้ามสังกัด

ทำอย่างไร: เชิญรัฐ เอกชน ท้องถิ่น อาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกำหนดข้อมูลขั้นต่ำ จุดส่งต่อ และวิธียืนยันรับงาน ทดลองเดินเอกสารด้วยกรณีสมมติก่อนใช้จริง

สิ่งที่ต้องได้: แนวปฏิบัติและบัญชีผู้ประสานที่ตรวจวันปรับปรุงได้

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: ศธจ.ประสาน; ผู้มีอำนาจของแต่ละสังกัดอนุมัติขั้นตอนของตน

หลักฐานติดตาม: สัดส่วนหน่วยนำร่องที่ทดลองรับ–ส่งต่อครบกระบวนการ

E1.2 เตือนภัยจากการขาดเรียนอย่างไม่ตีตรา

ทำอย่างไร: ครูที่ปรึกษาทบทวนการขาดเรียนตามเกณฑ์ที่ต้นสังกัดรับรอง ติดต่อครอบครัวอย่างปลอดภัย แยกความเจ็บป่วย การย้าย และอุปสรรคอื่น ไม่ติดป้ายว่าเป็นเด็กมีปัญหาจากคะแนนความเสี่ยง

สิ่งที่ต้องได้: บันทึกความต้องการและแผนช่วยเหลือที่จำกัดผู้เข้าถึง

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: สถานศึกษา; ทีมดูแลและหน่วยคุ้มครองตามกรณี

หลักฐานติดตาม: เวลาจากพบสัญญาณถึงการติดต่อและประเมินความต้องการ

E1.3 ยืนยันปลายทางและติดตามหลังย้าย

ทำอย่างไร: ตรวจว่าปลายทางรับเรียนแล้ว มิใช่เพียงส่งหนังสือ ติดตามที่ 30, 90 และ 365 วันตามร่างเดิม กรณีที่ยังไม่ครบช่วงติดตามต้องแยกไว้ ไม่จัดเป็นไม่สำเร็จโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ต้องได้: ทะเบียนสถานะพร้อมวันเริ่ม วันครบกำหนด และหลักฐานปิดงาน

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: ผู้ประสานโรงเรียนต้นทางและปลายทาง

หลักฐานติดตาม: K4 และการคงอยู่ของรุ่นที่ครบช่วงติดตาม

E1.4 ทางเลือกและความช่วยเหลือตามความจำเป็น

ทำอย่างไร: อธิบายทางเลือกเรียนต่อ การเทียบโอน และความยืดหยุ่นที่หน่วยจัดการศึกษามีอำนาจดำเนินการ ประสานทุน สุขภาพ หรือสวัสดิการเป็นรายกรณี ไม่รับปากสิทธิหรือวงเงินก่อนหน่วยเจ้าของตรวจ

สิ่งที่ต้องได้: แผนเส้นทางการเรียนรู้และคำยืนยันจากหน่วยช่วยเหลือ

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: ต้นสังกัด สถานศึกษา หน่วยสังคมและท้องถิ่นตามอำนาจ

หลักฐานติดตาม: การเข้าถึงบริการที่ตกลงไว้ ไม่ใช้เพียงจำนวนครั้งส่งต่อ

E1.5 ทบทวนรอยต่อและกรณีตกหล่น

ทำอย่างไร: ทีมประสานทบทวนผลรวมรายเดือน ตรวจกรณีที่ติดต่อไม่ได้และส่งต่อไม่สำเร็จ แก้คอขวดร่วมกับ E4 ด้านการดูแล และ E6 ด้านนิยามข้อมูล

สิ่งที่ต้องได้: รายงานปัญหาระบบโดยไม่เปิดรายละเอียดเด็ก

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: ศธจ.รวบรวมผลรวม; เจ้าของกรณีแก้ไข

หลักฐานติดตาม: กรณีค้างเกินกำหนดและสาเหตุที่แก้ได้จริง

7. แผนเตรียมความพร้อมและรอบดำเนินงาน

ช่วงเวลา งานที่ต้องทำ เงื่อนไขตัดสินใจ
ก่อนเริ่ม 0–30 วัน กำหนดปัญหา ผู้รับผิดชอบ และตรวจอำนาจรายงาน ยังไม่ลงนามแทนหน่วยที่ไม่ยืนยันรับงาน
31–60 วัน ตรวจข้อมูล กลุ่มเป้าหมาย และบริการ/ทรัพยากรที่มี แยกข้อมูลจริงออกจากตัวเลขสมมติในกรณีศึกษานี้
61–90 วัน ทำค่าฐาน ต้นทุน และมาตรการข้อมูล/ความปลอดภัย ผู้มีอำนาจและฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจได้ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลจริง
91–180 วัน ให้ผู้ได้รับผลกระทบร่วมตรวจรูปแบบ รับคำยืนยันงาน/งบ และทดสอบขั้นตอน เริ่มเฉพาะส่วนที่พร้อมตามอำนาจ; บันทึกส่วนที่ชะลอ
รอบทดลอง เดือน 1–3 ข้อตกลงการรับ–ส่งต่อข้ามสังกัด และจัดทำฐานก่อนกิจกรรมหลัก เครื่องมือและผู้รับงานพร้อม
เดือน 4–6 เตือนภัยจากการขาดเรียนอย่างไม่ตีตรา และ ยืนยันปลายทางและติดตามหลังย้าย ทบทวนภาระงาน การเข้าถึง และผลไม่ตั้งใจ
เดือน 7–9 ทางเลือกและความช่วยเหลือตามความจำเป็น พร้อมปรับจากข้อมูล ไม่ขยายจำนวนเพียงเพราะใช้งบได้เร็ว
เดือน 10–12 ทบทวนรอยต่อและกรณีตกหล่น และสรุปการตัดสินใจรอบถัดไป แยกผลผลิต ผลลัพธ์ และสิ่งที่ยังไม่ทราบ

โดยทั่วไปปี 2571 ใช้เตรียมฐานและมาตรฐาน ปี 2572 ทดลอง ปี 2573–2574 ขยายเฉพาะส่วนผ่านเกณฑ์ และปี 2575 ประเมิน/ส่งต่องานประจำตามร่างเดิม งานที่ต้องติดตามนานกว่า 12 เดือนต้องกันเวลาและผู้รับผิดชอบต่อ ไม่จบติดตามเพราะสิ้นงบกิจกรรม

8. อำนาจหน้าที่และบทบาทหน่วยงาน

งาน ผู้ตัดสินใจ/รับผิดชอบตามอำนาจ (A) ผู้ลงมือ (R) ผู้ให้คำปรึกษา (C) ผู้รับทราบ (I)
ขั้นตอนส่งต่อ ผู้มีอำนาจของหน่วยต้นทาง/ปลายทาง สำหรับงานของตน ผู้ประสานสถานศึกษา ศธจ.และผู้แทนครอบครัว ต้นสังกัด
การช่วยเหลือรายกรณี หน่วยเจ้าของบริการตามกฎหมาย ทีมช่วยเหลือที่ได้รับมอบหมาย ครอบครัว ผู้เรียน และวิชาชีพที่จำเป็น ศธจ.เฉพาะผลรวม
ติดตามภาพรวม ศธจ.ภายในขอบเขตงานประสาน ทีมข้อมูลและเลขานุการโครงการ เจ้าของข้อมูลทุกสังกัด คณะอนุกรรมการและ กศจ.ตามวาระ

ตารางแบ่งบทบาท (RACI) นี้เป็นข้อเสนอสำหรับฝึกออกแบบ ไม่ใช่คำสั่งแต่งตั้ง แต่ละการอนุมัติต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจน หากแถวกล่าวถึงหลายหน่วย ให้แยกการตัดสินใจตามงานที่หน่วยนั้นมีอำนาจ ไม่ถือว่าทุกหน่วยสั่งการแทนกันได้

ศธจ.ทำเองในขอบเขตหน้าที่: ประสาน สังเคราะห์ข้อมูลรวม จัดวาระ และติดตามความก้าวหน้า

ต้องประสาน: วิธีปฏิบัติและทรัพยากรของสถานศึกษาทุกสังกัด รวมเอกชน

ต้องเสนอผู้มีอำนาจ: งบ บุคลากร หลักสูตร อนุญาตกิจการ การรักษา/คุ้มครอง และการใช้ข้อมูลตามแต่ละเรื่อง ไม่มีข้อความในกรณีศึกษานี้สร้างอำนาจขึ้นใหม่

9. ข้อกำกับกฎหมายและสิทธิที่ต้องตรวจก่อนเริ่ม

  • ตรวจตัวบท ฉบับแก้ไข คำสั่งและหนังสือมอบอำนาจที่มีผลต่อการดำเนินงานจริง โดยเฉพาะงานเอกชนและการใช้ทรัพยากรข้ามสังกัด
  • ข้อตกลงความร่วมมือไม่ใช่ฐานอำนาจให้เปิดข้อมูลรายบุคคลได้เอง ต้องระบุวัตถุประสงค์ ความจำเป็น ฐานการประมวลผล ผู้ควบคุมข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และระยะเก็บรักษาให้ชัด การใช้ความยินยอมต้องตรวจว่าเหมาะสมจริง ไม่ถือเป็นคำตอบสำหรับทุกกรณี
  • ให้ผู้รับผิดชอบกฎหมาย/คุ้มครองข้อมูลตรวจงานเกี่ยวกับเด็กและข้อมูลอ่อนไหว ใช้ข้อมูลจำลองหรือข้อมูลรวมที่ลดความเสี่ยงก่อนทดสอบ ห้ามส่งข้อมูลรายกรณีลงเว็บไซต์เผยแพร่นี้
  • กำหนดช่องทางร้องเรียนและการช่วยเหลือที่ไม่ทำให้ผู้เรียนเสี่ยงเพิ่ม รวมผู้พิการและผู้ใช้ภาษาต่างกัน
  • การจัดซื้อ เบิกจ่าย เงินช่วยเหลือ และค่าตอบแทนต้องใช้ระเบียบและอำนาจจริง ราคาตัวอย่างไม่ใช่อัตราราชการหรือใบเสนอราคา อ่าน บัญชีกฎหมายและแผนในชุดงาน ประกอบแหล่งทางการท้ายหน้า การเข้าถึงตัวบทบางฉบับวันที่ 7 กันยายน 2569 ไม่ได้เท่ากับรับรองสถานะกฎหมายทุกฉบับหรือให้ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี

10. ตัวชี้วัด ค่าฐาน และค่าเป้าหมายเสนอ

แยกขอบเขตก่อนเปรียบเทียบ: รหัส K เป็นเป้าหมายเสนอระดับจังหวัดจากร่างเดิม ส่วนรหัส E1-P เป็นเครื่องมือประกอบการทดลองที่เพิ่มในกรณีศึกษา ห้ามใช้ผลจากหน่วยนำร่องจำนวนน้อยแทนค่าจังหวัด และห้ามนำตัวเลขสมมติไปเป็นค่าฐาน

คำว่า ฐาน คือค่าฐานที่ต้องจัดทำและตรวจรับร่วมก่อนใช้ “จุดร้อยละ” คือผลต่างของค่าร้อยละ ไม่ใช่การเพิ่มเชิงสัดส่วน เป้าหมายร้อยละและดัชนี 0–100 ต้องไม่เกิน 100 ช่องว่างต้องไม่ต่ำกว่า 0 หากค่าฐานไม่รองรับให้บันทึกปรับเป้า ไม่แต่งค่าฐานให้ตรงเป้า

รายละเอียดการแบ่งรุ่นที่ครบกำหนดและการตรวจข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อเสนอทำให้นิยามปฏิบัติชัดขึ้น ต้องให้เจ้าของข้อมูลตรวจและทำให้เทียบกับร่างเดิมได้ก่อนใช้ ไม่เปลี่ยนตัวหารย้อนหลังโดยไม่บันทึก

K1 เข้าเรียนปฐมวัย อายุ 3–5 ปี

สูตร/นิยาม: ผู้มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอายุ 3–5 ปีที่เข้าเรียน ÷ ประชากรอายุเดียวกันและถิ่นที่อยู่เดียวกัน × 100

ค่าฐาน: รอ B1 ปี 2570; 88.02% ในแผนเดิมไม่ระบุปี/ตัวหาร เก็บเป็นประวัติ

2571 2572 2573 2574 2575
B1+0.10G1 B1+0.20G1 B1+0.30G1 B1+0.40G1 B1+0.50G1

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: สังกัด/ทะเบียนประชากร; รายปี; แยกอำเภอ เพศ และกลุ่มเมื่อปลอดภัย; ศธจ.ประสานผลรวม

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: ลดช่องว่างครึ่งหนึ่งใน 5 ปี; ตรวจฐาน กำลังบริการ และความครอบคลุมก่อนใช้

K2 เข้าเรียนภาคบังคับ อายุ 6–14 ปี

สูตร/นิยาม: ผู้มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอายุ 6–14 ปีที่เข้าเรียนภาคบังคับ ÷ ประชากรอายุเดียวกันและถิ่นที่อยู่เดียวกัน × 100

ค่าฐาน: รอ B2 ปี 2570; 84.00% ไม่ทราบปี; 90% เป็นเป้าเดิมไม่ใช่ผลจริง

2571 2572 2573 2574 2575
B2+0.10G2 B2+0.20G2 B2+0.30G2 B2+0.40G2 B2+0.50G2

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: สังกัด/ทะเบียนประชากร; รายปี; ตรวจย้ายและข้ามพื้นที่; ศธจ.ประสานผลรวม

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: ไม่ใช้ 90% แทนฐาน; ไม่ต่อกราฟกับ K2 รุ่นช่วงอายุ 12–14 ปี

K3 จำนวนผู้เรียนขั้นพื้นฐานออกกลางคัน

สูตร/นิยาม: นับบุคคลไม่ซ้ำที่เข้าเกณฑ์ออกกลางคันในรอบปีตามขอบเขตร่วม; หน่วยคน ไม่ใช้ตัวหารในค่าหลัก

ค่าฐาน: รอ B3 ปี 2570; 154 คน ปี 2566 เป็นข้อมูลย้อนหลังเฉพาะขอบเขต; 1,181 คนไม่ทราบปีพักใช้เป็นฐาน

2571 2572 2573 2574 2575
≤ปัดลง(0.94×B3) ≤ปัดลง(0.88×B3) ≤ปัดลง(0.82×B3) ≤ปัดลง(0.76×B3) ≤ปัดลง(0.70×B3)

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: ต้นสังกัด; ตรวจทุกภาคเรียน/สรุปรายปี; แยกสาเหตุและย้าย; ศธจ.รับผลรวม

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: ลด 30% ใน 5 ปีแบบมีเงื่อนไข; ตรวจจำนวนผู้เรียนและความครบถ้วนคู่กัน ไม่ใช้หมุดเป้าเดิม 800 คนแทนฐาน

K4 การย้ายที่ยืนยันปลายทางใน 30 วัน

สูตร/นิยาม: จำนวนการย้ายที่ยืนยันการรับเรียนภายใน 30 วัน ÷ การย้ายในรุ่นติดตามที่ครบกำหนด 30 วันแล้ว × 100; แยกรายการข้อมูลไม่พอและยังไม่ครบกำหนด

ค่าฐาน: ยังไม่มีค่าฐานที่รับรอง; เก็บวันย้ายและหลักฐานปลายทางก่อนใช้

2571 2572 2573 2574 2575
จัดทำฐาน ฐาน+10 จุดร้อยละ ฐาน+15 จุดร้อยละ ฐาน+20 จุดร้อยละ ฐาน+25 จุดร้อยละ

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: ทะเบียนย้ายของต้นทาง/ปลายทาง; ตรวจรายเดือน; สุ่มเทียบหลักฐานและรายงานความครบถ้วน

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: แก้จุดส่งต่อค้าง ตรวจการติดต่อและความจุปลายทาง ไม่ลบกรณีติดตามยากออกจากรายงาน

E1-P1 ความครบถ้วนแผนช่วยเหลือของรุ่นนำร่อง

สูตร/นิยาม: กรณีที่เข้าเกณฑ์และมีแผนพร้อมผู้รับงาน ÷ กรณีเข้าเกณฑ์ทั้งหมด × 100

ค่าฐาน: ไม่มี; ร่วมกำหนดเกณฑ์ก่อนรับกรณีแรก

2571 2572 2573 2574 2575
ยังไม่ตั้งเป้าจังหวัด เกณฑ์นำร่อง: ครบทุกกรณีที่รับเข้า ทบทวนจากนำร่อง ทบทวนจากการขยาย ทบทวนผลต่อเนื่อง

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: ทะเบียนกรณีจำกัดสิทธิ์; ทีมสถานศึกษาตรวจรายเดือน; หน่วยสังคมยืนยันบริการของตน

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: หากทีมรับภาระเกินกำลัง ให้เพิ่มหรือปรับคิวผู้ช่วยและบริการ ไม่หยุดสิทธิช่วยเหลือเด็ก

ทุกตัวชี้วัดต้องจำแนกอำเภอ ช่วงวัย เพศ สังกัด ระดับ และกลุ่มเปราะบางเท่าที่จำนวนและการคุ้มครองข้อมูลเอื้อ ต้องแจ้งข้อมูลขาดและอคติการไม่ตอบ ไม่เผยแพร่ตารางที่ย้อนระบุตัวบุคคลได้

K1–K3 ด้านอัตราเข้าเรียนและออกกลางคันเป็นผลระดับระบบที่ติดตามคู่กับโครงการนี้ โดยคงค่าฐานเชิงบริหารและค่าตรวจสอบจากร่างเดิมพร้อมข้อจำกัด อ่านตาราง 9.1–9.2 ในเอกสาร 10 ไม่สร้างอัตราจังหวัดใหม่จากตัวอย่าง 100 กรณี

11. ตัวอย่างงบประมาณและทรัพยากร

กรอบฉบับ 1.4: 30–50 ล้านบาทตลอด 5 ปี จากเอกสาร 10 บทที่ 10.3 ไม่ใช่งบที่อนุมัติ

ข้อเสนอจัดสรรใหม่ภายในเพดานเดิม 190–310 ล้านบาท: E3 จาก 45–80 เป็น 40–70 และ E4 จาก 35–55 เป็น 40–65 ล้านบาท เพิ่มบริการดูแล/แนะแนว 5–10 ล้านบาท โดยสมมติ 500–1,000 หน่วยบริการต่อปี × 2,000 บาท × 5 ปี ไม่ใช่ราคาสำรวจ อัตราเบิกจ่าย หรือจำนวนผู้เรียนจริง ต้องไม่ซ้ำงบ E1/E5 และไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัยของแหล่งฝึก

11.1 ตัวอย่างคำนวณรอบทดลอง 12 เดือน

ทุกจำนวนและราคาด้านล่างเป็น สมมติฐานเพื่อการเรียนรู้ ไม่ได้สำรวจราคา ไม่ใช่อัตราเบิกจ่าย และไม่ได้รับคำยืนยันผู้สนับสนุน

รายการสมมติ จำนวน หน่วย ราคา/หน่วย (บาท) รวม (บาท)
ออกแบบและทดลองขั้นตอนร่วม 4 วงงาน 25,000 100,000
หนุนการจัดการรอยต่อในสถานศึกษา 8 แห่ง 50,000 400,000
กรอบบริการ/อุปสรรคจำเป็นรายกรณีตามสิทธิ 100 กรณี 2,000 200,000
ติดตามหน้างาน 16 ครั้ง 5,000 80,000
ประเมินและทบทวนระบบ 1 ชุดงาน 120,000 120,000

รวมตัวอย่าง = Σ(จำนวน × ราคาต่อหน่วย) = 900,000 บาท

หากสมมติให้ต้นทุนทุกรายการเปลี่ยน ±20% โดยจำนวนบริการคงเดิม ช่วงฝึกวิเคราะห์ความไวคือ 720,000 บาท ถึง 1,080,000 บาท นี่เป็นการทดสอบสมมติฐาน ไม่ใช่ช่วงราคาตลาดหรือช่วงความเชื่อมั่นทางสถิติ

รายการที่ยังไม่รวม: เงินเดือนประจำและค่าเสียโอกาสเวลาบุคลากร อาคาร/ครุภัณฑ์ลงทุนใหญ่ บริการรักษาหรือสวัสดิการเฉพาะกรณีที่เกินกรอบตัวอย่าง ค่าใช้ระบบและบำรุงรักษาระยะยาว ภาษีหรือค่าธรรมเนียมตามใบเสนอราคาจริง และเงินสำรองความเสี่ยง รายการเหล่านี้ต้องแยกคำนวณ ไม่อ้างว่าต้นทุนตัวอย่างครอบคลุมการบริการทุกกรณี

บุคลากรและเวลา: ตัวอย่างการจัดเวลา: ผู้ประสานกลาง 0.3 อัตราเทียบเท่าเต็มเวลา และผู้ประสานสถานศึกษา 8 คน คนละ 0.1 อัตรา ต้องให้ต้นสังกัดยืนยันเวลาและผู้ทำแทนงานเดิม ไม่ถือเป็นการตั้งตำแหน่งใหม่

11.2 การกระจายกรอบ 5 ปีเพื่อใช้ฝึกวางแผน

ใช้สัดส่วนจากร่างเดิม 18%, 22%, 44% สำหรับปี 2573–2574 รวมกัน และ 16% ปีท้าย ตัวอย่างนี้ สมมติแบ่งปี 2573 กับ 2574 เท่ากัน เป็นปีละ 22% ไม่ใช่วงเงินยืนยันรายปี

ปี สัดส่วนตัวอย่าง กรอบต่ำ–สูง (ล้านบาท)
2571 18% 5.4–9
2572 22% 6.6–11
2573 22% 6.6–11
2574 22% 6.6–11
2575 16% 4.8–8

อย่านำต้นทุนทดลองมาบวกทับกรอบ 5 ปี ตัวอย่างนี้เป็นเพียงส่วนที่จะจัดลำดับและตรวจความเหมาะสมภายในกรอบ และยังไม่ใช่รายละเอียดต้นทุนทั้งยุทธศาสตร์

11.3 แหล่งทรัพยากรและความคุ้มค่า

พิจารณางบต้นสังกัด จังหวัด/กลุ่มจังหวัด อปท. กองทุนตามกฎหมาย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เฉพาะที่เข้าเงื่อนไขและผู้มีอำนาจยืนยัน แยกเงินสด ทรัพยากรสมทบ และต้นทุนบุคลากร ตรวจความซ้ำกับงานประจำและโครงการอื่นก่อนขอเพิ่ม ไม่สมมติว่าภาคีจะออกค่าใช้จ่ายให้

ประเมินต้นทุนต่อผู้ได้รับบริการจริง = ต้นทุนที่อยู่ในขอบเขต ÷ ผู้รับบริการไม่ซ้ำที่ตรวจได้ และพิจารณาผลลัพธ์กับความเสมอภาคควบคู่ ต้นทุนต่ำแต่ผู้เรียนเปราะบางเข้าไม่ถึงไม่ถือว่าคุ้มค่า

12. ความเสี่ยงและผลที่ไม่ตั้งใจ

ความเสี่ยง วิธีควบคุมที่เสนอ ผู้รับผิดชอบ
ข้อมูลการย้ายเปิดเผยถึงผู้ไม่เกี่ยวข้อง ใช้ข้อมูลขั้นต่ำ แยกทะเบียนรายกรณีจากรายงานสาธารณะ และตรวจฐานการใช้ข้อมูล เจ้าของข้อมูลและผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูล
ปลายทางไม่มีบริการหรือครอบครัวติดต่อไม่ได้ มีทางเลือกหลายเส้นทางและผู้รับงานสำรอง รายงานกรณีไม่ทราบสถานะอย่างตรงไปตรงมา ต้นสังกัดและทีมส่งต่อ
ช่วยเฉพาะเด็กที่กลับเรียนง่าย ตรวจสัดส่วนกลุ่มเปราะบางและเหตุปฏิเสธบริการทุกเดือน ผู้กำกับโครงการและภาคี

บันทึกความเสี่ยงคงเหลือและผู้ตัดสินใจยอมรับความเสี่ยง ไม่ให้คะแนนเฉลี่ยความพร้อมกลบข้อกฎหมายหรือความปลอดภัยที่ยังแก้ไม่ได้

13. วิธีติดตาม ประเมิน และบันทึกบทเรียน

  • ก่อนทดลอง: ตรึงนิยาม กลุ่มเป้าหมาย แผนวัดผล ขอบเขตต้นทุน และเกณฑ์หยุด/ขยาย พร้อมเก็บฐานที่ตรวจสอบได้
  • รายเดือน: ตรวจงานที่ได้รับจริง งานค้าง ภาระบุคลากร และการเข้าถึงของกลุ่มที่มักตกหล่น ใช้ข้อมูลรวมในการประชุมทั่วไป
  • รายไตรมาส: ทบทวนตัวชี้วัด ผลไม่ตั้งใจ งบที่ใช้กับทรัพยากรสมทบ และมติที่ต้องมีผู้รับงานต่อ
  • สิ้นรอบ: เปรียบเทียบผลกับฐานที่นิยามตรงกัน แสดงผู้ขาดข้อมูลและบริบทที่เปลี่ยน หากไม่มีวิธีประเมินเชิงสาเหตุที่เหมาะสมให้รายงานเป็นความเปลี่ยนแปลง/ข้อเรียนรู้ ไม่อ้างว่าโครงการเป็นสาเหตุทั้งหมด
  • ก่อนเผยแพร่บทเรียน: ตรวจแหล่งอ้างอิง ลบข้อมูลที่ระบุตัว และขออนุญาตใช้คำพูด/ชิ้นงานตามความเหมาะสม ไม่เผยแพร่กรณีจริงผ่านหน้าแลกเปลี่ยนโดยไม่มีการตรวจ ชิ้นงานที่ต้องเก็บ: ขอบเขตโครงการ ข้อตกลงบทบาท บัตรนิยามตัวชี้วัด ค่าฐาน ต้นทุนรายหน่วย บันทึกการดำเนินงาน ผลติดตาม ข้อคิดเห็น และบันทึกการตัดสินใจ ใช้ ใบงานบนเว็บไซต์ ช่วยเตรียมเอกสาร

14. กรณีศึกษาสมมติสำหรับชวนอภิปราย

กรณีสมมติ: ผู้เรียนย้ายจากโรงเรียนเอกชนไปอยู่กับครอบครัวในอีกอำเภอ ต้นทางลงสถานะย้ายแล้ว แต่ยังไม่พบหลักฐานรับเข้าเรียนที่ปลายทาง และครอบครัวมีข้อจำกัดด้านค่าเดินทาง

ทางเลือก ข้อดี/ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา
ทางเลือก ก ปิดกรณีเมื่อมีหนังสือย้าย: ภาระติดตามต่ำ แต่ยังไม่รู้ว่าเด็กได้เรียนจริง
ทางเลือก ข ให้ผู้ประสานต้นทางยืนยันปลายทางและประสานอุปสรรค: ใช้เวลามากขึ้น แต่ตรวจความต่อเนื่องได้ โดยต้องจำกัดข้อมูลที่ส่ง

แนวพิจารณา: การออกหนังสือเป็นผลผลิต ไม่ใช่ผลลัพธ์ ควรติดตามการเข้าถึงการเรียนจริงโดยไม่บังคับเลือกโรงเรียนตามความสะดวกของระบบ ยังไม่มีผลลัพธ์จริงของกรณีนี้ให้รายงาน

คำถามแลกเปลี่ยน

  • ใครถือกรณีจนกว่าปลายทางยืนยัน และเมื่อใดจึงปิดงานได้?
  • ถ้าครอบครัวติดต่อไม่ได้ จะรายงานตัวหารและสถานะอย่างไร?
  • รัฐกับเอกชนต้องแลกข้อมูลใดเท่าที่จำเป็น และใครตรวจอำนาจ?

วิธีใช้ในวงเรียนรู้

แบ่งกลุ่มอ่านกรณี 5 นาที ใช้เวลา 10 นาทีเลือกแนวทางโดยระบุหลักฐาน อำนาจ และสิ่งที่ยังไม่รู้ แล้วแลกเปลี่ยน 10 นาที สุดท้ายเขียนสิ่งที่จะปรับเมื่อใช้กับพื้นที่ของตน ไม่ต้องได้คำตอบเดียวกัน แต่ต้องเปิดเหตุผลและข้อจำกัด

เตรียมข้อความแลกเปลี่ยนเรื่อง E1 — เว็บไซต์ช่วยร่างอีเมลเท่านั้น ไม่รับหรือเผยแพร่ข้อความอัตโนมัติ ห้ามใส่ข้อมูลระบุตัวผู้เรียน

15. เกณฑ์เริ่ม ชะลอ ปรับ หรือขยาย

ขยายเมื่อส่งต่อได้จริง มีทีมรับภาระต่อ และตรวจว่ากลุ่มติดต่อยากไม่ถูกทิ้ง ชะลอส่วนเชื่อมข้อมูลหากไม่มีฐานกฎหมาย แต่ยังคงช่วยเหลือตามหน้าที่ผ่านช่องทางที่ชอบด้วยกฎหมาย

ตรวจร่วม 6 เรื่อง: ปัญหาและผู้รับประโยชน์ / อำนาจและเจ้าภาพ / ค่าฐานและวิธีวัด / กฎหมายและความปลอดภัย / ต้นทุนและคำยืนยันทรัพยากร / หลักฐานจากการทดลองและความเสมอภาค

การส่งต่องานประจำต้องมีผู้รับผิดชอบ งบต่อเนื่อง ผู้ทำงานสำรอง และแผนปิดโครงการโดยไม่ทิ้งผู้เรียนที่กำลังรับบริการ

16. ความเชื่อมโยงและสิ่งที่ต้องยืนยัน

ความต่อเนื่องจากแผนเดิม

ความต่อเนื่องทางการศึกษาและเมืองน่าอยู่ — S02 ตาราง 3.11–3.12 หน้า 50–51; S03 หน้า 129

ปีการศึกษา 2566 ออกกลางคัน 154 คน; ย้ายตามครอบครัว 53 ปัญหาครอบครัว 16 การปรับตัว 8 และสาเหตุอื่นตามตาราง ไม่ใช่ค่าฐานปัจจุบัน

สิ่งที่ออกแบบเพิ่มเติม: เชื่อมการติดตามเมื่อย้าย การแนะแนว และการช่วยเหลือครอบครัวกับ E4 ตรวจปลายทางรับเรียน/ให้บริการจริง ใช้ K1–K3 ผูกกับฐานปี 2570 ที่ต้องยืนยัน

ข้อจำกัด: ไม่ใช้ 154 หรือ 1,181 แทน B3 อัตโนมัติ; จำนวนลดไม่พิสูจน์ผลโครงการ

อ่านบทเรียนจากแผนเดิม · ตรวจรายการเปลี่ยนข้อมูล

เชื่อมกับ E4 · E6 โดยกำหนดผู้ถือกรณี เจ้าของข้อมูล และผู้รับผิดชอบต้นทุนให้ชัด ไม่ให้นับผู้รับบริการหรือค่าใช้จ่ายเดียวกันซ้ำหลายโครงการ

ก่อนเปลี่ยนตัวอย่างเป็นข้อเสนองานจริง ต้องเติม: รายชื่อเจ้าภาพ/ผู้มีอำนาจ หนังสือยืนยันหน่วยร่วม ค่าฐานและขอบเขตผู้รับบริการ ผลรับฟังผู้ได้รับผลกระทบ ราคาหรืออัตราที่ใช้ได้จริง ทรัพยากรที่ยืนยัน และความเห็นฝ่ายกฎหมายในเรื่องจำเป็น

ประเด็นให้ผู้บริหารตัดสินใจ: จะเริ่มที่ไหน ขนาดเท่าใด ใช้ทรัพยากรจากใคร ยอมรับความเสี่ยงใดได้ และเงื่อนไขใดต้องผ่านก่อนขยาย ไม่ใช้กรณีศึกษานี้แทนการตัดสินใจดังกล่าว

17. แหล่งอ้างอิงและสถานะหลักฐาน

ชื่อโครงการและกรอบทิศทางสืบเนื่องจากร่างเดิม ส่วนค่าเป้าหมายรหัส K ใช้ร่างปัจจุบันเอกสาร 10 รุ่น 1.4 และ D17 ส่วนชุดงานที่ขยาย ขนาดนำร่อง ราคาต่อหน่วย การจัดเวลาบุคลากร และสถานการณ์อภิปรายเป็น ข้อเสนอ/สมมติฐานที่สร้างเพื่อเรียนรู้ ยังไม่มีหลักฐานผลดำเนินงานจริงของโครงการเหล่านี้ ข้อมูลจังหวัดยังใช้วันตัดยอด 31 สิงหาคม 2569; กรณีศึกษาเดิมจัดทำ 7 กันยายน 2569 และปรับจากแผนเดิม 10 กันยายน 2569 ไม่เปลี่ยนวันตัดยอดเดิม; K1–K3 ใช้รุ่นใหม่ตาม D17 ส่วนสื่อรุ่นก่อนใช้เป็นประวัติ

↑ กลับด้านบน