พื้นที่เรียนรู้อิสระ · ไม่ใช่เว็บไซต์ทางราชการ
E4 · กรณีศึกษาเชิงออกแบบ

โครงการหลัก 1 โครงการ · ชุดงานย่อย 5 ชุด · สถานการณ์สมมติสำหรับอภิปราย

E4: สถานศึกษาอยุธยาปลอดภัย เอาใจใส่ มีการแนะแนว และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

เชื่อมการดูแล ความปลอดภัย แนะแนว ภัย และมรดก

จัดทำโดย บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ ผู้วิจัยอิสระ · burapatis@gmail.com

กรณีศึกษาเชิงออกแบบ รุ่น 1.3 วันที่ 10 กันยายน 2569

สถานะ: ตัวอย่างข้อเสนอโครงการและสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่โครงการที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่รายงานผลดำเนินงาน และไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานศึกษาหรือบุคคลใด จำนวนหน่วยนำร่อง ราคา และการจัดเวลาบุคลากรเป็นสมมติฐานเพื่อฝึกออกแบบ ต้องแทนด้วยข้อมูลและอำนาจที่ตรวจแล้วก่อนใช้จริง

1. ข้อมูลสรุปและสิ่งที่คงจากร่างเดิม

รายการ รายละเอียด
ยุทธศาสตร์ E4 มรดก สุขภาวะ ความปลอดภัย พฤติกรรม การแนะแนว และความยืดหยุ่น
ชื่ออธิบายบนเว็บเดิม เครือข่ายสถานศึกษาปลอดภัย ดูแลช่วยเหลือและแนะแนว
ช่วงแผน พ.ศ. 2571–2575; รอบทดลองตัวอย่าง 12 เดือนหลังผ่านการเตรียมความพร้อม
กรอบงบเพิ่ม 5 ปีจากร่างปัจจุบัน 40–65 ล้านบาท เป็นข้อเสนอ ไม่ใช่วงเงินจัดสรร
ตัวอย่างต้นทุนรอบนำร่อง 1,180,000 บาท เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาภายในกรอบ ไม่ใช่งบเพิ่มซ้อนจากกรอบ 5 ปี
การมีส่วนร่วมและคำยืนยันรับงาน ยังไม่มีผลรับฟังหรือคำยืนยันจากหน่วยร่วมในกรณีศึกษานี้

โครงการนี้เป็นหนึ่งใน 6 โครงการหลักเดิม ชุดงานย่อย 5 ชุดต่อไปนี้ช่วยอธิบายวิธีดำเนินการ ไม่ได้เพิ่มจำนวนโครงการหลักเป็น 30 โครงการ

2. หลักการ เหตุผล และหลักฐาน

หลักฐานเพิ่มเติม S03 หน้า 129/134; S02 ตาราง 3.12; S06 หน้า 49: แผนจังหวัดมีกิจกรรมเครือข่ายป้องกันปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน สถิติออกกลางคันมีหมวดครอบครัว/การปรับตัว จัดช่องทางช่วยเหลือ ผู้ถือกรณี แนะแนว และติดตามหลังส่งต่อ เพิ่มงบบริการเสนอ 5–10 ล้านบาทภายในเพดานเดิม เชื่อมมรดกและความต่อเนื่อง ข้อจำกัด: ไม่ตีตราผู้ปรับตัวลำบากว่าเป็นผู้กระทำผิด; จำนวนอบรมไม่แทนผลลัพธ์; K13–K15 ยังไม่มีฐาน ร่างเดิมและบททบทวนความปลอดภัยระบุว่ายังไม่มีค่าฐานร่วมที่เทียบกันได้ด้านความรู้สึกปลอดภัย คุณภาพการแนะแนว และการส่งต่อ ขณะเดียวกันบริบทจังหวัดเชื่อมกับมรดกและความเสี่ยงภัย จึงรวมการป้องกัน ดูแล ส่งต่อ และเรียนรู้ต่อเนื่องไว้ในโครงการหลักเดียว การกำกับเชิงยุทธศาสตร์ไม่ทำหน้าที่แทนผู้มีอำนาจคุ้มครองเด็กหรือผู้ประกอบวิชาชีพ

อ่านประกอบ ร่างฉบับภาษาชัดเจน บทที่ 7–10 และรายการอ้างอิงท้ายหน้านี้ ข้อเสนอวิธีทำงานในส่วนที่ขยายเป็นการสังเคราะห์ของผู้จัดทำ ไม่ใช่ข้อความมติหรือผลวิจัยใหม่ของจังหวัด

3. วัตถุประสงค์

  • ผู้เรียนมีช่องทางขอความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้และปลอดภัยจากการตอบโต้
  • สถานศึกษามีการแนะแนวและช่วยเหลือหลายระดับพร้อมการส่งต่อที่ติดตามผล
  • ลดการขาดช่วงของการเรียนจากภัยและใช้มรดกเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรับผิดชอบ

4. กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ และขนาดทดลอง

ตัวอย่างสมมติ: 12 สถานศึกษาหลากสังกัด จัดสำรวจความรู้สึกปลอดภัยรวมประมาณ 300 คนตามแผนที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจ พร้อมการซ้อม 12 แห่งและกิจกรรมเรียนรู้มรดก 6 กลุ่ม จำนวนผู้ตอบเป็นเพียงขนาดสำหรับฝึกออกแบบ ไม่ทำให้เป็นตัวแทนทั้งจังหวัดโดยอัตโนมัติ

หลักเลือกพื้นที่และผู้เข้าร่วม: ให้มีรัฐ เอกชน อาชีวศึกษา และท้องถิ่น ครอบคลุมวัยและบริบทเสี่ยงต่างกัน เลือกพื้นที่จากการประเมินภัยและบริการ ไม่ตีตราโรงเรียนจากข่าวหรือยอดแจ้งเหตุ ผู้เรียนพิการและผู้ใช้ภาษาต่างกันต้องเข้าถึงช่องทางขอความช่วยเหลือได้

ขอบเขตทุกช่วงวัย: ประยุกต์กิจกรรมและเครื่องมือให้เหมาะกับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามภารกิจของหน่วยจัดการศึกษา ไม่ใช้แบบประเมินหรือแนวปฏิบัติของเด็กกับผู้ใหญ่โดยอัตโนมัติ ผู้สูงอายุ วัยแรงงาน ผู้เรียนพิการ และผู้เรียนข้ามชาติต้องได้รับการพิจารณาอุปสรรคการเข้าถึงตามขอบเขตบริการจริง

5. กลไกการเปลี่ยนแปลง

ลำดับผล สิ่งที่คาดว่าจะเชื่อมกัน
ปัจจัยนำเข้า ทีมดูแล ครูแนะแนว หน่วยรับส่งต่อ และแผนความต่อเนื่อง
กิจกรรม ป้องกัน รับแจ้ง ประเมินโดยผู้มีหน้าที่ ช่วยเหลือ ส่งต่อ ซ้อมและทบทวน
ผลผลิต ช่องทางช่วยเหลือที่ใช้ได้จริง แผนรายกรณีจำกัดสิทธิ์ และแผนเรียนต่อเมื่อเกิดภัย
ผลลัพธ์ ผู้เรียนเข้าถึงความช่วยเหลือ รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และเรียนต่อได้
ผลกระทบที่คาดหวัง สุขภาวะ ความไว้วางใจ และการใช้ทุนวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สมมติฐานสำคัญ: มีหน่วยรับส่งต่อที่พร้อมและตอบสนองได้ ผู้เรียนเชื่อว่าการขอความช่วยเหลือไม่ทำให้ถูกลงโทษ และครูไม่ถูกมอบหมายให้วินิจฉัยหรือรักษานอกวิชาชีพ

ลูกโซ่นี้เป็นเหตุผลที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากิจกรรมทำให้เกิดผลโดยอัตโนมัติ

6. ชุดงานย่อยและวิธีดำเนินการ

E4.1 มาตรฐานขั้นต่ำและช่องทางแจ้งเหตุ

ทำอย่างไร: กำหนดผู้รับเรื่อง ผู้แทนสำรอง ช่องทางเป็นส่วนตัวและช่องทางเร่งด่วนตามแผนหน่วยงาน แจ้งข้อจำกัดความลับและวิธีคุ้มครองจากการตอบโต้ ทดสอบด้วยสถานการณ์จำลองก่อนประชาสัมพันธ์

สิ่งที่ต้องได้: แนวปฏิบัติรับเรื่องและเส้นทางส่งต่อพร้อมผู้รับผิดชอบ

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: สถานศึกษา/ต้นสังกัด; หน่วยคุ้มครองเด็กและวิชาชีพช่วยออกแบบ

หลักฐานติดตาม: K13 และการเข้าถึงช่องทาง ไม่ตั้งเป้าลดจำนวนรายงานเหตุ

E4.2 ดูแลช่วยเหลือและแนะแนวสามขอบข่าย

ทำอย่างไร: จัดกิจกรรมสำหรับทุกคน การช่วยกลุ่มเสี่ยง และการช่วยเข้มข้นตามความจำเป็น เชื่อมแนะแนวด้านการศึกษา อาชีพ และส่วนตัว–สังคม ใช้ระบบต้นสังกัดตามสิทธิ ไม่สร้างฐานสุขภาพซ้ำบนเว็บนี้

สิ่งที่ต้องได้: แผนดูแลและตารางแนะแนว พร้อมบัญชีบริการภายนอก

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และผู้มีวิชาชีพตามกรณี

หลักฐานติดตาม: K15 และความต่อเนื่องของบริการที่ได้รับจริง

E4.3 พฤติกรรมเชิงบวกและเสียงผู้เรียน

ทำอย่างไร: ร่วมกำหนดกติกาห้องเรียน ฝึกจัดการความขัดแย้งและการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย สำรวจไม่ระบุตัวตนโดยเตรียมช่องทางช่วยเหลือแยกต่างหาก ไม่ใช้คำตอบสำรวจตามหาผู้ร้อง

สิ่งที่ต้องได้: กิจกรรมวินัยเชิงบวกและผลรวมความรู้สึกปลอดภัย

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: สถานศึกษาและผู้แทนผู้เรียน; ทีมประเมินอิสระตามความเหมาะสม

หลักฐานติดตาม: K14 เหตุซ้ำ และผลสะท้อนเรื่องการตอบโต้

E4.4 ภัยพิบัติและความต่อเนื่องการเรียน

ทำอย่างไร: สำรวจน้ำท่วม ความร้อน มลพิษ และข้อจำกัดการเดินทางตามข้อมูลพื้นที่ กำหนดผู้ตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบเรียน ช่องทางติดต่อ แหล่งสื่อออฟไลน์และออนไลน์ แล้วซ้อมพร้อมทบทวนหลังเหตุ

สิ่งที่ต้องได้: แผนความต่อเนื่องที่ซ้อมแล้วและรายการช่องโหว่ที่แก้ไข

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: ต้นสังกัด/สถานศึกษา ร่วม ปภ. สาธารณสุข และท้องถิ่นตามอำนาจ

หลักฐานติดตาม: K10 และวันเรียนที่จัดทดแทนได้จริง

E4.5 เรียนรู้มรดกอย่างปลอดภัยและไม่กระทบพื้นที่

ทำอย่างไร: ร่วมกับเจ้าของแหล่งและชุมชนออกแบบเส้นทางหรือโครงงาน ให้ผู้เรียนใช้หลักฐานประวัติศาสตร์และสื่อสารคุณค่าพื้นที่ ตรวจการเข้าถึง การเดินทาง และข้ออนุญาตก่อนทำกิจกรรม ไม่ก่อสร้างหรือเปลี่ยนโบราณสถานด้วยอำนาจโครงการศึกษา

สิ่งที่ต้องได้: หน่วยเรียนรู้มรดก เกณฑ์ประเมินผลงาน และรายการตรวจข้ออนุญาต

ผู้ดำเนินการที่เสนอ: สถานศึกษา ชุมชน เจ้าของแหล่ง; กรมศิลปากร/อปท.ตามอำนาจ

หลักฐานติดตาม: คุณภาพชิ้นงานและความปลอดภัย ไม่ใช้เพียงจำนวนทัศนศึกษา

7. แผนเตรียมความพร้อมและรอบดำเนินงาน

ช่วงเวลา งานที่ต้องทำ เงื่อนไขตัดสินใจ
ก่อนเริ่ม 0–30 วัน กำหนดปัญหา ผู้รับผิดชอบ และตรวจอำนาจรายงาน ยังไม่ลงนามแทนหน่วยที่ไม่ยืนยันรับงาน
31–60 วัน ตรวจข้อมูล กลุ่มเป้าหมาย และบริการ/ทรัพยากรที่มี แยกข้อมูลจริงออกจากตัวเลขสมมติในกรณีศึกษานี้
61–90 วัน ทำค่าฐาน ต้นทุน และมาตรการข้อมูล/ความปลอดภัย ผู้มีอำนาจและฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจได้ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลจริง
91–180 วัน ให้ผู้ได้รับผลกระทบร่วมตรวจรูปแบบ รับคำยืนยันงาน/งบ และทดสอบขั้นตอน เริ่มเฉพาะส่วนที่พร้อมตามอำนาจ; บันทึกส่วนที่ชะลอ
รอบทดลอง เดือน 1–3 มาตรฐานขั้นต่ำและช่องทางแจ้งเหตุ และจัดทำฐานก่อนกิจกรรมหลัก เครื่องมือและผู้รับงานพร้อม
เดือน 4–6 ดูแลช่วยเหลือและแนะแนวสามขอบข่าย และ พฤติกรรมเชิงบวกและเสียงผู้เรียน ทบทวนภาระงาน การเข้าถึง และผลไม่ตั้งใจ
เดือน 7–9 ภัยพิบัติและความต่อเนื่องการเรียน พร้อมปรับจากข้อมูล ไม่ขยายจำนวนเพียงเพราะใช้งบได้เร็ว
เดือน 10–12 เรียนรู้มรดกอย่างปลอดภัยและไม่กระทบพื้นที่ และสรุปการตัดสินใจรอบถัดไป แยกผลผลิต ผลลัพธ์ และสิ่งที่ยังไม่ทราบ

โดยทั่วไปปี 2571 ใช้เตรียมฐานและมาตรฐาน ปี 2572 ทดลอง ปี 2573–2574 ขยายเฉพาะส่วนผ่านเกณฑ์ และปี 2575 ประเมิน/ส่งต่องานประจำตามร่างเดิม งานที่ต้องติดตามนานกว่า 12 เดือนต้องกันเวลาและผู้รับผิดชอบต่อ ไม่จบติดตามเพราะสิ้นงบกิจกรรม

8. อำนาจหน้าที่และบทบาทหน่วยงาน

งาน ผู้ตัดสินใจ/รับผิดชอบตามอำนาจ (A) ผู้ลงมือ (R) ผู้ให้คำปรึกษา (C) ผู้รับทราบ (I)
ระบบดูแลในสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา/ต้นสังกัดตามอำนาจ ครูและทีมดูแลที่ได้รับมอบหมาย ผู้เรียน ครอบครัว และผู้เชี่ยวชาญ ศธจ.เฉพาะผลรวม
ช่วยเหลือเร่งด่วน/คุ้มครอง/รักษา เจ้าหน้าที่หรือหน่วยวิชาชีพผู้มีอำนาจในกรณีนั้น ทีมปฏิบัติของหน่วยรับส่งต่อ ผู้เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นและปลอดภัย หน่วยต้นทางเท่าที่จำเป็น
ภัยและมรดก เจ้าของพื้นที่หรือผู้มีอำนาจอนุญาตแต่ละเรื่อง สถานศึกษาและภาคีพื้นที่ ปภ. สาธารณสุข กรมศิลปากร และ อปท.ตามกรณี ศธจ.และผู้ใช้บริการ

ตารางแบ่งบทบาท (RACI) นี้เป็นข้อเสนอสำหรับฝึกออกแบบ ไม่ใช่คำสั่งแต่งตั้ง แต่ละการอนุมัติต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจน หากแถวกล่าวถึงหลายหน่วย ให้แยกการตัดสินใจตามงานที่หน่วยนั้นมีอำนาจ ไม่ถือว่าทุกหน่วยสั่งการแทนกันได้

ศธจ.ทำเองในขอบเขตหน้าที่: ประสาน สังเคราะห์ข้อมูลรวม จัดวาระ และติดตามความก้าวหน้า

ต้องประสาน: วิธีปฏิบัติและทรัพยากรของสถานศึกษาทุกสังกัด รวมเอกชน

ต้องเสนอผู้มีอำนาจ: งบ บุคลากร หลักสูตร อนุญาตกิจการ การรักษา/คุ้มครอง และการใช้ข้อมูลตามแต่ละเรื่อง ไม่มีข้อความในกรณีศึกษานี้สร้างอำนาจขึ้นใหม่

9. ข้อกำกับกฎหมายและสิทธิที่ต้องตรวจก่อนเริ่ม

  • ตรวจตัวบท ฉบับแก้ไข คำสั่งและหนังสือมอบอำนาจที่มีผลต่อการดำเนินงานจริง โดยเฉพาะงานเอกชนและการใช้ทรัพยากรข้ามสังกัด
  • ข้อตกลงความร่วมมือไม่ใช่ฐานอำนาจให้เปิดข้อมูลรายบุคคลได้เอง ต้องระบุวัตถุประสงค์ ความจำเป็น ฐานการประมวลผล ผู้ควบคุมข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และระยะเก็บรักษาให้ชัด การใช้ความยินยอมต้องตรวจว่าเหมาะสมจริง ไม่ถือเป็นคำตอบสำหรับทุกกรณี
  • ให้ผู้รับผิดชอบกฎหมาย/คุ้มครองข้อมูลตรวจงานเกี่ยวกับเด็กและข้อมูลอ่อนไหว ใช้ข้อมูลจำลองหรือข้อมูลรวมที่ลดความเสี่ยงก่อนทดสอบ ห้ามส่งข้อมูลรายกรณีลงเว็บไซต์เผยแพร่นี้
  • กำหนดช่องทางร้องเรียนและการช่วยเหลือที่ไม่ทำให้ผู้เรียนเสี่ยงเพิ่ม รวมผู้พิการและผู้ใช้ภาษาต่างกัน
  • การจัดซื้อ เบิกจ่าย เงินช่วยเหลือ และค่าตอบแทนต้องใช้ระเบียบและอำนาจจริง ราคาตัวอย่างไม่ใช่อัตราราชการหรือใบเสนอราคา อ่าน บัญชีกฎหมายและแผนในชุดงาน ประกอบแหล่งทางการท้ายหน้า การเข้าถึงตัวบทบางฉบับวันที่ 7 กันยายน 2569 ไม่ได้เท่ากับรับรองสถานะกฎหมายทุกฉบับหรือให้ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี

10. ตัวชี้วัด ค่าฐาน และค่าเป้าหมายเสนอ

แยกขอบเขตก่อนเปรียบเทียบ: รหัส K เป็นเป้าหมายเสนอระดับจังหวัดจากร่างเดิม ส่วนรหัส E4-P เป็นเครื่องมือประกอบการทดลองที่เพิ่มในกรณีศึกษา ห้ามใช้ผลจากหน่วยนำร่องจำนวนน้อยแทนค่าจังหวัด และห้ามนำตัวเลขสมมติไปเป็นค่าฐาน

คำว่า ฐาน คือค่าฐานที่ต้องจัดทำและตรวจรับร่วมก่อนใช้ “จุดร้อยละ” คือผลต่างของค่าร้อยละ ไม่ใช่การเพิ่มเชิงสัดส่วน เป้าหมายร้อยละและดัชนี 0–100 ต้องไม่เกิน 100 ช่องว่างต้องไม่ต่ำกว่า 0 หากค่าฐานไม่รองรับให้บันทึกปรับเป้า ไม่แต่งค่าฐานให้ตรงเป้า

รายละเอียดการแบ่งรุ่นที่ครบกำหนดและการตรวจข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อเสนอทำให้นิยามปฏิบัติชัดขึ้น ต้องให้เจ้าของข้อมูลตรวจและทำให้เทียบกับร่างเดิมได้ก่อนใช้ ไม่เปลี่ยนตัวหารย้อนหลังโดยไม่บันทึก

K13 สถานศึกษาผ่านมาตรฐานขั้นต่ำ

สูตร/นิยาม: สถานศึกษาผ่านการตรวจเอกสารและทดสอบระบบจริง ÷ สถานศึกษาที่ประเมิน × 100; รายงานความครอบคลุมด้วย

ค่าฐาน: ไม่มี; ตรวจระบบก่อนเริ่มและรับรองเกณฑ์

2571 2572 2573 2574 2575
จัดทำฐาน ฐาน+10 จุดร้อยละ ฐาน+20 จุดร้อยละ ฐาน+30 จุดร้อยละ ฐาน+40 จุดร้อยละ

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: แบบตรวจร่วมและการซ้อมกรณี; รายปี; ต้นสังกัดเป็นเจ้าของ ไม่จัดอันดับสาธารณะ

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: ใช้ทีมพี่เลี้ยงแก้ช่องทางที่ขาดก่อนขยาย ห้ามใช้เอกสารครบแทนการใช้ได้จริง

K14 ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่ง

สูตร/นิยาม: คะแนนเฉลี่ยเครื่องมือมาตรฐาน 0–100 โดยกำหนดข้อคำถาม วิธีรวมคะแนน และข้อมูลขาดไว้ก่อนเก็บ

ค่าฐาน: ไม่มี; ทดสอบความเข้าใจและแผนตัวอย่างก่อนสำรวจ

2571 2572 2573 2574 2575
จัดทำฐาน ฐาน+2 คะแนน ฐาน+4 คะแนน ฐาน+6 คะแนน ฐาน+8 คะแนน

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: สำรวจรายปีไม่ระบุตัวตน; ต้นสังกัดและทีมประเมิน; แยกกลุ่มเมื่อปลอดภัยและเพียงพอ

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: รับฟังเพิ่มเติมด้วยวิธีปลอดภัย ไม่ตามหาผู้ให้คะแนนต่ำหรือสรุปว่าไม่มีเหตุจากค่าเฉลี่ย

K15 กรณีเข้าเกณฑ์ได้รับบริการครบในเวลา

สูตร/นิยาม: กรณีครบกำหนดที่ได้รับการช่วย/ส่งต่อตามแผนและเกณฑ์เวลา ÷ กรณีเข้าเกณฑ์ที่ครบกำหนดทั้งหมด × 100; แยกงานที่ยังไม่ถึงกำหนด

ค่าฐาน: ไม่มี; ผู้มีวิชาชีพร่วมกำหนดระดับเร่งด่วนและมาตรฐานเวลาก่อนเริ่ม

2571 2572 2573 2574 2575
จัดทำฐาน ฐาน+10 จุดร้อยละ ฐาน+15 จุดร้อยละ ฐาน+20 จุดร้อยละ ฐาน+25 จุดร้อยละ

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: ทะเบียนจำกัดสิทธิ์; ตรวจรายเดือน; หน่วยรับบริการยืนยันเท่าที่จำเป็น ศธจ.รับผลรวม

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: แก้คิวและคอขวด บริการฉุกเฉินให้ดำเนินการทันทีตามแนวปฏิบัติ ไม่รอรอบรายงาน

K10 แผนความต่อเนื่องที่ตรวจและซ้อมแล้ว

สูตร/นิยาม: สถานศึกษามีแผนผ่านการตรวจและซ้อม ÷ สถานศึกษาทั้งหมดในขอบเขตที่กำหนด × 100

ค่าฐาน: ไม่มี; ทำบัญชีสถานศึกษาและตรวจแผนเดิม

2571 2572 2573 2574 2575
≥50% ≥70% ≥85% ≥95% 100%

แหล่ง ความถี่ เจ้าของข้อมูล และการตรวจคุณภาพ: ต้นสังกัด/สถานศึกษาและหน่วยภัย; รายปีและหลังเหตุ; ตรวจผลซ้อมไม่ใช่จำนวนเอกสาร

เมื่อผลไม่ถึงเป้าหมาย: ซ้อมซ้ำและเติมทรัพยากรให้กลุ่มที่ขาด โดยมีสื่อออฟไลน์สำหรับผู้เข้าไม่ถึงดิจิทัล

ทุกตัวชี้วัดต้องจำแนกอำเภอ ช่วงวัย เพศ สังกัด ระดับ และกลุ่มเปราะบางเท่าที่จำนวนและการคุ้มครองข้อมูลเอื้อ ต้องแจ้งข้อมูลขาดและอคติการไม่ตอบ ไม่เผยแพร่ตารางที่ย้อนระบุตัวบุคคลได้

11. ตัวอย่างงบประมาณและทรัพยากร

กรอบฉบับ 1.4: 40–65 ล้านบาทตลอด 5 ปี จากเอกสาร 10 บทที่ 10.3 ไม่ใช่งบที่อนุมัติ

ข้อเสนอจัดสรรใหม่ภายในเพดานเดิม 190–310 ล้านบาท: E3 จาก 45–80 เป็น 40–70 และ E4 จาก 35–55 เป็น 40–65 ล้านบาท เพิ่มบริการดูแล/แนะแนว 5–10 ล้านบาท โดยสมมติ 500–1,000 หน่วยบริการต่อปี × 2,000 บาท × 5 ปี ไม่ใช่ราคาสำรวจ อัตราเบิกจ่าย หรือจำนวนผู้เรียนจริง ต้องไม่ซ้ำงบ E1/E5 และไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัยของแหล่งฝึก

11.1 ตัวอย่างคำนวณรอบทดลอง 12 เดือน

ทุกจำนวนและราคาด้านล่างเป็น สมมติฐานเพื่อการเรียนรู้ ไม่ได้สำรวจราคา ไม่ใช่อัตราเบิกจ่าย และไม่ได้รับคำยืนยันผู้สนับสนุน

รายการสมมติ จำนวน หน่วย ราคา/หน่วย (บาท) รวม (บาท)
ออกแบบและทดสอบมาตรฐานร่วม 1 ชุดงาน 150,000 150,000
พัฒนาทีมสถานศึกษา 12 แห่ง 25,000 300,000
ประสานผู้เชี่ยวชาญและติดตามการส่งต่อ 24 รอบ 10,000 240,000
เครื่องมือสำรวจและประเมิน 1 ชุดงาน 100,000 100,000
ซ้อมแผนและแก้ช่องโหว่เบื้องต้น 12 แห่ง 20,000 240,000
หน่วยเรียนรู้มรดกที่ตรวจความพร้อม 6 กลุ่ม 25,000 150,000

รวมตัวอย่าง = Σ(จำนวน × ราคาต่อหน่วย) = 1,180,000 บาท

หากสมมติให้ต้นทุนทุกรายการเปลี่ยน ±20% โดยจำนวนบริการคงเดิม ช่วงฝึกวิเคราะห์ความไวคือ 944,000 บาท ถึง 1,416,000 บาท นี่เป็นการทดสอบสมมติฐาน ไม่ใช่ช่วงราคาตลาดหรือช่วงความเชื่อมั่นทางสถิติ

รายการที่ยังไม่รวม: เงินเดือนประจำและค่าเสียโอกาสเวลาบุคลากร อาคาร/ครุภัณฑ์ลงทุนใหญ่ บริการรักษาหรือสวัสดิการเฉพาะกรณีที่เกินกรอบตัวอย่าง ค่าใช้ระบบและบำรุงรักษาระยะยาว ภาษีหรือค่าธรรมเนียมตามใบเสนอราคาจริง และเงินสำรองความเสี่ยง รายการเหล่านี้ต้องแยกคำนวณ ไม่อ้างว่าต้นทุนตัวอย่างครอบคลุมการบริการทุกกรณี

บุคลากรและเวลา: ตัวอย่าง: ผู้ประสานกลาง 0.3 อัตรา และผู้ประสานสถานศึกษา 12 คน คนละ 0.1 อัตรา ต้องยืนยันเวลาครูแนะแนวและหน่วยรับส่งต่อ ไม่ถือว่างบนี้จ้างทีมรักษาเต็มรูปแบบได้

11.2 การกระจายกรอบ 5 ปีเพื่อใช้ฝึกวางแผน

ใช้สัดส่วนจากร่างเดิม 18%, 22%, 44% สำหรับปี 2573–2574 รวมกัน และ 16% ปีท้าย ตัวอย่างนี้ สมมติแบ่งปี 2573 กับ 2574 เท่ากัน เป็นปีละ 22% ไม่ใช่วงเงินยืนยันรายปี

ปี สัดส่วนตัวอย่าง กรอบต่ำ–สูง (ล้านบาท)
2571 18% 7.2–11.7
2572 22% 8.8–14.3
2573 22% 8.8–14.3
2574 22% 8.8–14.3
2575 16% 6.4–10.4

อย่านำต้นทุนทดลองมาบวกทับกรอบ 5 ปี ตัวอย่างนี้เป็นเพียงส่วนที่จะจัดลำดับและตรวจความเหมาะสมภายในกรอบ และยังไม่ใช่รายละเอียดต้นทุนทั้งยุทธศาสตร์

11.3 แหล่งทรัพยากรและความคุ้มค่า

พิจารณางบต้นสังกัด จังหวัด/กลุ่มจังหวัด อปท. กองทุนตามกฎหมาย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เฉพาะที่เข้าเงื่อนไขและผู้มีอำนาจยืนยัน แยกเงินสด ทรัพยากรสมทบ และต้นทุนบุคลากร ตรวจความซ้ำกับงานประจำและโครงการอื่นก่อนขอเพิ่ม ไม่สมมติว่าภาคีจะออกค่าใช้จ่ายให้

ประเมินต้นทุนต่อผู้ได้รับบริการจริง = ต้นทุนที่อยู่ในขอบเขต ÷ ผู้รับบริการไม่ซ้ำที่ตรวจได้ และพิจารณาผลลัพธ์กับความเสมอภาคควบคู่ ต้นทุนต่ำแต่ผู้เรียนเปราะบางเข้าไม่ถึงไม่ถือว่าคุ้มค่า

12. ความเสี่ยงและผลที่ไม่ตั้งใจ

ความเสี่ยง วิธีควบคุมที่เสนอ ผู้รับผิดชอบ
ข้อมูลสุขภาพหรือการร้องเรียนรั่วและถูกตอบโต้ จำกัดสิทธิ์ แยกช่องทางสำรวจจากรายกรณี และมีผู้รับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกร้อง ผู้บริหาร/ผู้ควบคุมข้อมูลและหน่วยคุ้มครอง
ครูรับบทวินิจฉัยหรือจัดการเหตุรุนแรงเกินหน้าที่ ใช้แนวปฏิบัติรับรู้–ช่วยเบื้องต้น–ส่งต่อโดยผู้มีหน้าที่ และซ้อมเส้นทางเร่งด่วน ต้นสังกัดและหน่วยวิชาชีพ
กิจกรรมมรดกหรือภัยสร้างความเสี่ยงใหม่ ตรวจพื้นที่และสิทธิอนุญาต เตรียมทางเลือกการเรียนโดยไม่เข้าพื้นที่เสี่ยง เจ้าของพื้นที่และผู้รับผิดชอบกิจกรรม

บันทึกความเสี่ยงคงเหลือและผู้ตัดสินใจยอมรับความเสี่ยง ไม่ให้คะแนนเฉลี่ยความพร้อมกลบข้อกฎหมายหรือความปลอดภัยที่ยังแก้ไม่ได้

13. วิธีติดตาม ประเมิน และบันทึกบทเรียน

  • ก่อนทดลอง: ตรึงนิยาม กลุ่มเป้าหมาย แผนวัดผล ขอบเขตต้นทุน และเกณฑ์หยุด/ขยาย พร้อมเก็บฐานที่ตรวจสอบได้
  • รายเดือน: ตรวจงานที่ได้รับจริง งานค้าง ภาระบุคลากร และการเข้าถึงของกลุ่มที่มักตกหล่น ใช้ข้อมูลรวมในการประชุมทั่วไป
  • รายไตรมาส: ทบทวนตัวชี้วัด ผลไม่ตั้งใจ งบที่ใช้กับทรัพยากรสมทบ และมติที่ต้องมีผู้รับงานต่อ
  • สิ้นรอบ: เปรียบเทียบผลกับฐานที่นิยามตรงกัน แสดงผู้ขาดข้อมูลและบริบทที่เปลี่ยน หากไม่มีวิธีประเมินเชิงสาเหตุที่เหมาะสมให้รายงานเป็นความเปลี่ยนแปลง/ข้อเรียนรู้ ไม่อ้างว่าโครงการเป็นสาเหตุทั้งหมด
  • ก่อนเผยแพร่บทเรียน: ตรวจแหล่งอ้างอิง ลบข้อมูลที่ระบุตัว และขออนุญาตใช้คำพูด/ชิ้นงานตามความเหมาะสม ไม่เผยแพร่กรณีจริงผ่านหน้าแลกเปลี่ยนโดยไม่มีการตรวจ ชิ้นงานที่ต้องเก็บ: ขอบเขตโครงการ ข้อตกลงบทบาท บัตรนิยามตัวชี้วัด ค่าฐาน ต้นทุนรายหน่วย บันทึกการดำเนินงาน ผลติดตาม ข้อคิดเห็น และบันทึกการตัดสินใจ ใช้ ใบงานบนเว็บไซต์ ช่วยเตรียมเอกสาร

14. กรณีศึกษาสมมติสำหรับชวนอภิปราย

กรณีสมมติ: หลังเปิดช่องทางขอความช่วยเหลือ จำนวนรายงานการกลั่นแกล้งเพิ่มขึ้น ผู้บริหารกังวลว่าผลประเมินโรงเรียนจะแย่ลง จึงเสนอให้ลดการประชาสัมพันธ์ช่องทาง

ทางเลือก ข้อดี/ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา
ทางเลือก ก ลดการรับรู้ช่องทางเพื่อให้ยอดเหตุลด: ตัวเลขอาจดูดี แต่ผู้เรียนเข้าถึงความช่วยเหลือน้อยลง
ทางเลือก ข คงช่องทางและตรวจเหตุซ้ำ เวลาช่วยเหลือ และเสียงผู้เรียน: แยกการรายงานที่ดีขึ้นออกจากความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้มากกว่า

แนวพิจารณา: ห้ามใช้ยอดแจ้งลดลงลำพังเป็นหลักฐานความปลอดภัย การตอบสนองและความไว้วางใจเป็นข้อมูลที่ต้องดูคู่กัน ตัวอย่างนี้ไม่ใช่รายงานเหตุในสถานศึกษาจริง และไม่ใช้แทนแนวปฏิบัติฉุกเฉิน

คำถามแลกเปลี่ยน

  • ช่องทางใดปลอดภัยเมื่อผู้ถูกร้องเป็นบุคลากรในทีมรับเรื่อง?
  • จะรู้ได้อย่างไรว่าส่งต่อแล้วได้รับบริการ ไม่ใช่แค่ส่งเอกสาร?
  • เมื่อเกิดน้ำท่วม เด็กที่ไม่มีอุปกรณ์หรืออยู่ไกลยังเรียนต่ออย่างไร?

วิธีใช้ในวงเรียนรู้

แบ่งกลุ่มอ่านกรณี 5 นาที ใช้เวลา 10 นาทีเลือกแนวทางโดยระบุหลักฐาน อำนาจ และสิ่งที่ยังไม่รู้ แล้วแลกเปลี่ยน 10 นาที สุดท้ายเขียนสิ่งที่จะปรับเมื่อใช้กับพื้นที่ของตน ไม่ต้องได้คำตอบเดียวกัน แต่ต้องเปิดเหตุผลและข้อจำกัด

เตรียมข้อความแลกเปลี่ยนเรื่อง E4 — เว็บไซต์ช่วยร่างอีเมลเท่านั้น ไม่รับหรือเผยแพร่ข้อความอัตโนมัติ ห้ามใส่ข้อมูลระบุตัวผู้เรียน

15. เกณฑ์เริ่ม ชะลอ ปรับ หรือขยาย

ยังไม่เปิดเก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือประชาสัมพันธ์ช่องทางใหม่หากไม่มีผู้รับเรื่องและเส้นทางช่วยเหลือที่พร้อม แต่ต้องใช้ช่องทางคุ้มครองที่มีอยู่ตามหน้าที่ ขยายเมื่อทดสอบระบบจริงและแก้ความเสี่ยงสำคัญแล้ว

ตรวจร่วม 6 เรื่อง: ปัญหาและผู้รับประโยชน์ / อำนาจและเจ้าภาพ / ค่าฐานและวิธีวัด / กฎหมายและความปลอดภัย / ต้นทุนและคำยืนยันทรัพยากร / หลักฐานจากการทดลองและความเสมอภาค

การส่งต่องานประจำต้องมีผู้รับผิดชอบ งบต่อเนื่อง ผู้ทำงานสำรอง และแผนปิดโครงการโดยไม่ทิ้งผู้เรียนที่กำลังรับบริการ

16. ความเชื่อมโยงและสิ่งที่ต้องยืนยัน

ความต่อเนื่องจากแผนเดิม

เมืองปลอดภัย ระบบดูแล และการแนะแนว — S03 หน้า 129/134; S02 ตาราง 3.12; S06 หน้า 49

แผนจังหวัดมีกิจกรรมเครือข่ายป้องกันปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน สถิติออกกลางคันมีหมวดครอบครัว/การปรับตัว

สิ่งที่ออกแบบเพิ่มเติม: จัดช่องทางช่วยเหลือ ผู้ถือกรณี แนะแนว และติดตามหลังส่งต่อ เพิ่มงบบริการเสนอ 5–10 ล้านบาทภายในเพดานเดิม เชื่อมมรดกและความต่อเนื่อง

ข้อจำกัด: ไม่ตีตราผู้ปรับตัวลำบากว่าเป็นผู้กระทำผิด; จำนวนอบรมไม่แทนผลลัพธ์; K13–K15 ยังไม่มีฐาน

อ่านบทเรียนจากแผนเดิม · ตรวจรายการเปลี่ยนข้อมูล

เชื่อมกับ E1 · E3 · E5 · E6 โดยกำหนดผู้ถือกรณี เจ้าของข้อมูล และผู้รับผิดชอบต้นทุนให้ชัด ไม่ให้นับผู้รับบริการหรือค่าใช้จ่ายเดียวกันซ้ำหลายโครงการ

ก่อนเปลี่ยนตัวอย่างเป็นข้อเสนองานจริง ต้องเติม: รายชื่อเจ้าภาพ/ผู้มีอำนาจ หนังสือยืนยันหน่วยร่วม ค่าฐานและขอบเขตผู้รับบริการ ผลรับฟังผู้ได้รับผลกระทบ ราคาหรืออัตราที่ใช้ได้จริง ทรัพยากรที่ยืนยัน และความเห็นฝ่ายกฎหมายในเรื่องจำเป็น

ประเด็นให้ผู้บริหารตัดสินใจ: จะเริ่มที่ไหน ขนาดเท่าใด ใช้ทรัพยากรจากใคร ยอมรับความเสี่ยงใดได้ และเงื่อนไขใดต้องผ่านก่อนขยาย ไม่ใช้กรณีศึกษานี้แทนการตัดสินใจดังกล่าว

17. แหล่งอ้างอิงและสถานะหลักฐาน

ชื่อโครงการและกรอบทิศทางสืบเนื่องจากร่างเดิม ส่วนค่าเป้าหมายรหัส K ใช้ร่างปัจจุบันเอกสาร 10 รุ่น 1.4 และ D17 ส่วนชุดงานที่ขยาย ขนาดนำร่อง ราคาต่อหน่วย การจัดเวลาบุคลากร และสถานการณ์อภิปรายเป็น ข้อเสนอ/สมมติฐานที่สร้างเพื่อเรียนรู้ ยังไม่มีหลักฐานผลดำเนินงานจริงของโครงการเหล่านี้ ข้อมูลจังหวัดยังใช้วันตัดยอด 31 สิงหาคม 2569; กรณีศึกษาเดิมจัดทำ 7 กันยายน 2569 และปรับจากแผนเดิม 10 กันยายน 2569 ไม่เปลี่ยนวันตัดยอดเดิม; K1–K3 ใช้รุ่นใหม่ตาม D17 ส่วนสื่อรุ่นก่อนใช้เป็นประวัติ

↑ กลับด้านบน